ว่ายังไง ซีเอ๋อร์ก็ต้องระวังตัวให้มาก”
“อืม!”
อุณหภูมิบริเวณรอบ ๆ ลดต่ำลงมาก มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เสี่ยวไป๋ ที่ที่เจ้าบอกว่าปลอดภัยและจะให้อารองมาอยู่ก็คือที่วังใต้ดินแห่งนี้น่ะเหรอ?”
“อืม! ที่นี่แหละ!”
“งั้นข้าจะไปพาอารองมา! ที่นี่ก็ไม่เลวเลย!”
รอให้อารองตื่นขึ้นมา นางก็จะได้รู้เรื่องราวของท่านพ่อตัวเองแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีจัดที่อยู่ให้มู่เฟิงหลิงเรียบร้อยแล้ว ก็มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศว่า มู่เฉียนซีคือผู้ครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข่าวนี้ถูกแพร่มาจากที่ใด ถ้ามิใช่จากเจ้าจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่น
เมื่อเฟิงอวิ๋นซิวรู้ข่าวนี้ เขาก็ตกใจจนผงะไปครู่หนึ่ง ข่าวนี้แพร่มาจากทางด้านของไป๋อู๋ห่าย ครั้นแล้วเขาจึงไปหาไป๋อู๋ห่าย
“ใครเป็นคนแจ้งข่าวนี้กับท่าน?”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “อวิ๋นซิว เจ้าถูกสาวน้อยผู้นั้นหลอกจนหัวหมุนแล้ว! เจ้าอยากจะบีบขยี้ให้นางตายหรือไม่ล่ะ!”
ทันทีที่ไป๋อู๋ห่ายรู้ว่าคนที่เขาเกลียดชังมากที่สุดสองคนเป็นคนคนเดียวกัน เขาก็ยิ่งโกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟ
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?”
แน่นอนว่าไป๋อู๋ห่ายไม่ยอมส่งตัวให้ง่าย ๆ เป็นแน่ เขากล่าว “หาตัวมู่เฉียนซีเจอแล้ว นางอยู่ที่ตำหนักเป่ยหาน! ต่อให้ต้องเปิดศึกกับหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจับตัวมู่เฉียนซีและเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้”
“