า เป่ยกงจั๋วได้กล่าวออกมาสามคำ “มู่เฉียนซี”
“นางไม่ใช่ผู้ที่เจ้าจะสามารถแตะต้องได้” กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ผู้ที่หานให้ความสำคัญ แน่นอนว่าก็เป็นผู้ที่ข้าให้ความสำคัญด้วย ข้ารู้ว่าผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ที่ใด ให้ข้าได้พบนางเสียหน่อยแล้วข้าจะบอกเจ้าเป็นเช่นไร?” เป่ยกงจั๋วกล่าวถาม
“นั่นเป็นไปไม่ได้” กู้ไป๋อีกล่าวปฏิเสธทันที
“แม้แต่ให้มองดูเจ้าก็ยังยอมให้ไม่ได้เลยหาน เช่นนั้นข้าก็เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ไม่สามารถบอกเจ้าถึงที่ที่เจ้าเฒ่านั่นอยู่ได้เสียแล้ว”
“เจ้า” กระบี่เฉียนหานที่อยู่ในฝักนั้นกำลังสั่น เวิง ๆ มันกำลังจะออกจากฝัก
“ถ้าหากว่าหานอยากจะลงมือกับข้าก็สามารถไปที่ซวนเทียนได้ ข้าจะรอคอยราชรถของเจ้า” มุมปากของเป่ยกงจั๋วยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ
“อย่างไรเสียข้าก็คิดถึงเจ้านัก”
ทั้งตัวของกู้ไป๋อีนั้นเหมือนดั่งกระบี่อันพบได้ยากที่เพิ่งออกจากฝักก็มิปาน ราวกับว่าจะฟาดฟันทุกสิ่งรอบตัวให้ขาดสะบั้นไป
ปราณกระบี่ได้กรีดวาดเป็นรอยลึกขึ้นมาที่พื้นน้ำแข็ง มันกำลังลังเลและกำลังดิ้นรนต่อสู้
มู่เฉียนซีไม่อยากที่จะเห็นการพัวพันที่รู้สึกแย่เช่นนี้อีกต่อไปแล้ว คนผู้นั้นต้องการที่จะพบนางมิใช่หรือ
นางเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะมีเป้าหมายอะไรกันแน่
เสียงอันชัดเจนดังขึ้นในวังใต้ดินที่หนาวเหน็บอันไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย “องค์รัชทายาทเป่ยกงต้องการพบข้า ข้าให้ท่านพบก็ควรแล้ว”
เงาร่างสีขาวเงาร่าง