ข้าก็มาพบท่าน ส่วนรูปลักษณ์ที่แท้จริงนั้นข้ามีหน้าตาที่สามารถพบปะผู้คนได้ก็แล้วกัน”
สาวน้อยตรงหน้าผู้นี้นั้นไม่เชื่อฟังอยู่ในกรอบ ถึงแม้ว่าจะรู้ถึงสถานะตัวตนของเขา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถือว่ามันสำคัญอะไร
ดวงตาที่อบอุ่นคู่นั้นกลายเป็นหมองคล้ำลงไปบ้าง เขายิ้มแล้วกล่าว “ที่พูดมามันก็ใช่”
“ในเมื่อข้ามาแล้ว เช่นนั้นก็จงบอกข้ามาว่าผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ที่ใด เจ้าหมอนั่นเป็นลูกสมุนของเจ้ากระมัง ถูกข้าเล่นเสียเจ็บเสียพิการ ก็คงจะไปฟ้องร้องแก่เจ้าแล้วมิใช่หรือ?”
แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีผู้ที่กล้ากล่าววาจาไร้มารยาทเช่นนี้กับเขา กับเป่ยกงหานที่พูดจาเย็นชาเช่นนั้นก็ช่างเถอะ แต่เจ้าเด็กสาวนี่กลับกล้าพูดจาหยาบคายไร้มารยาทเช่นนี้
เป่ยกงจั๋วกล่าว “เจ้าสวะนั่นมาขอความช่วยเหลือจากข้า แต่ว่าข้าจะไปประมือกับพี่ชายเพื่อขี้ข้าผู้หนึ่งได้อย่างไร แน่นอนว่าข้าก็ได้ปฏิเสธไป เขาไปเข้าพึ่งพิงตำหนักตงจี๋แล้ว”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ขอบคุณข่าวสารจากองค์รัชทายาทเป่ยกงเป็นอย่างมาก เสี่ยวไป๋ พวกเราไปจับตัวเขาที่ตำหนักตงจี๋กัน”
มู่เฉียนซีไม่พูดกล่าวอะไรก็ดึงตัวกู้ไป๋อีจากไป ส่วนเป่ยกงจั๋วนั้นไสหัวมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นเถอะ
ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบของเป่ยกงจั๋วนั้นแข็งทื่อไปพลัน เด็กสาวผู้นี้หลังจากใช้ประโยชน์ในเรื่องข่าวสารจบก็ได้สลัดเขาทิ้ง ไฉนเลยมันจะมีเรื่องที่ง่ายดายเช่นนั้น
เป่ยกงจั๋วกล่าว “ช้าก่อน”
“ช้าก่อนทำ