อะไร ข้าไม่ได้มีเวลาว่างเช่นนั้น”
ในตอนนี้นับได้ว่าเป่ยกงจั๋วที่ได้รับการอบรมดูแลอย่างดีมาโดยตลอดได้พบเข้ากับคู่ปรับแล้ว
เขากล่าว “ในเมื่อเจ้าสวะนั่นไปตำหนักตงจี๋แล้วก็แน่นอนว่าเขาต้องมีที่พึ่ง หากจะไปจับตัวเขาจริง ๆ เช่นนั้นก็จะต้องเป็นศัตรูกับทั้งตำหนักตงจี๋”
“เป็นศัตรูกับตำหนักตงจี๋ เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“หานเป็นเจ้าตำหนักแห่งตำหนักเป่ยหาน แต่เจ้าตำหนักอีกผู้หนึ่งกลับเป็นข้า ไม่มีคำสั่งของข้า หานก็เคลื่อนย้ายกำลังพลได้ไม่มากเท่าไร รึว่าเจ้าคิดจะให้หานไปท้าทายยอดฝีมือของตำหนักตงจี๋ทั้งหมดเล่า?”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เช่นนั้นเจ้าว่ามาว่าต้องทำเช่นไรเจ้าจึงจะยอมตอบรับ”
เป่ยกงจั๋วกล่าวตอบ “ข้ามีสัญญากับมู่หลินหลาง แน่นอนว่าจะไม่ลงมือกับตำหนักตงจี๋อย่างเปิดเผย ถึงแม้ว่าหานจะเป็นพี่ชายของข้า แต่มู่หลินหลางนั้นก็เป็นคู่หมั้นของข้า”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้าน “หากไม่ช่วยละก็ เช่นนั้นข้าคิดหาหนทางอื่นก็ได้แล้ว”
เป่ยกงจั๋วกล่าว “ถ้าหากแตะต้องตำหนักตงจี๋ มู่หลินหลางจะไม่อยู่นิ่งเฉยดูดายเป็นแน่ ไม่นานนักผู้อาวุโสสูงสุดก็จะเผยข้อมูลเรื่องที่เจ้ามีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ออกไป มู่หลินหลางจะต้องส่งยอดฝีมือมาจำนวนไม่น้อย เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ต้องการให้ข้าช่วยเหลือ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้ากับมู่หลินหลางก็ร่วมกันทำเรื่องชั่วมาตั้งแต่แรกแล้วนี่ ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้ยืนยั