นเวลาสามปี เจ้าเสียเปรียบมากเกินไปแล้ว ต่อไปหากข้ามาซื้อยาลูกกลอนที่หอหมอปีศาจ เฉียนซีก็แค่ลดราคาให้ข้าสักหน่อยก็พอแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวรู้ดีว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว และเรื่องที่กู้ไป๋อีระดมกองกำลังของตำหนักเป่ยหานเพื่อตามหาคนผู้นั้น เขาก็รับรู้แล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “แต่คนของตำหนักตงจี๋ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อฟังข้า กองกำลังที่ข้าระดมได้อาจจะมีจำกัด”
“คนที่นายน้อยอวิ๋นซิวสามารถระดมได้ก็มีไม่น้อย เจ้าอย่าได้ถ่อมตนไปหน่อยเลย”
เฟิงอวิ๋นซิวก็รับรู้ได้ว่าการตามหาตัวผู้อาวุโสสูงสุดนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับนาง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อยู่เอ้อระเหยในแดนเหนือต่อ จึงได้กล่าวลามู่เฉียนซี
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าจะไปตำหนักเป่ยหานบอกลาเฉียนเยี่ยสักคำและค่อยเดินทาง”
มู่เฉียนซีไม่อยากให้เขาไปเสียเวลาเปล่า นางจึงกล่าวว่า “หลังจากกลับมา เขาก็เก็บตัวบำเพ็ญไปแล้ว เกรงว่าเจ้าไปก็ไม่ได้เจอเขา”
เฟิงอวิ๋นซิวรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย เขากล่าว “งั้นก็รอเจอในโอกาสหน้าก็ได้!”
หลังจากที่เฟิงอวิ๋นซิวกลับไป ก็ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสสูงสุดได้กลายเป็นนักโทษหมายเลขหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศไปแล้ว
ทว่า เจ้าหมอนี่ซ่อนตัวได้อย่างลึกลับมาก นึกไม่ถึงเลยว่าจะไร้ซึ่งข่าวคราวใด ๆ ของเขา
สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งขรึมลง หากเจ้าเฒ่านั่นไปตายอยู่ที่ไหนสักแห่งต้องแย่แน่ และนางก็จะไม่มีวันหาดวงวิญญาณของเขาเจอ
หลายวันที่ผ่านมานี้มู่เฉียนซีม