ึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน
วันต่อมา พวกเขาได้เดินทางต่อ แต่ในขณะที่พวกเขาเดินทางอยู่นั้น ก็พบว่ามีกองกำลังหลายกองกำลังที่แอบตามพวกเขามา
พวกกองกำลังเหล่านั้นกลับไม่ได้เป็นเหมือนหัวหน้าวังอวิ๋น ที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นแล้วจู่ ๆ ก็มาทำดีด้วย แต่กองกำลังเหล่านั้นกลับรักษาระยะห่างและแอบสะกดรอยตามพวกเขามาอย่างใกล้ชิดแทน
หัวหน้าวังอวิ๋นยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด จะกำจัดพวกนั้นทิ้งหรือไม่?”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ยังไม่บรรลุเป้าหมาย อย่าได้เปลืองแรงก่อน”
และแน่นอนว่ามู่เฉียนซีนั้นไม่ได้มีความเห็นอันใด ยิ่งโกลาหลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งฉวยโอกาสได้มากเท่านั้น!
“ท่านเจ้าสำนัก พวกเราสะกดรอยตามคนของตำหนักเป่ยหานเช่นนี้ หากพวกเขาจับได้ขึ้นมาเราจะทำเช่นไรขอรับ?” กองกำลังหนึ่งกล่าวถามเสียงเบา
“ครั้งนี้แม้แต่หัวหน้าตำหนักเป่ยหานก็ลงมือเองแล้ว ต้องปรารถนาจะเอาของล้ำค่าชิ้นนั้นมาให้ได้อย่างแน่นอน พวกเราไม่รู้เส้นทาง สะกดรอยตามพวกเขาไปเช่นนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว”
“ท่านเจ้าสำนักปราดเปรื่องยิ่งนัก!”
เดินหากันมาเป็นเวลาสามวัน และในขณะที่ผู้อาวุโสสูงสุดเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นนั้น ในที่สุดก็มาถึงเหวพิษของตระกูลเซียวแล้ว
เส้นทางนั้นมีรอยแตกประมาณห้าหกเมตร มองลงไปด้านล่างก็มีหมอกพิษสีเขียวเข้มปกคลุมอยู่
นายน้อยรองกล่าว “นี่คือเหวพิษของตระกูลเซียว ตระกูลเซียวคงไม่ได้อยู่ใต้นี้หรอกกระมัง!”
ผู้อาวุโสสูงสุดพยักห