หนักตอบตกลง ข้าจะส่งนางให้ผู้อาวุโสสูงสุดอย่างเจ้า”
“เพียงแต่ว่า…” มู่เฉียนซีมองผู้อาวุโสสูงสุดขึ้นลงอย่างพิจารณา “อายุของผู้อาวุโสสูงสุดก็แก่ปูนนี้แล้ว ไม่รู้ว่ายังจะมีอารมณ์อย่างว่าอยู่อีกหรือไม่?”
คำพูดของมู่เฉียนซีนั้นชัดเจนมาก เซียวเหยาได้ยินก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว
“ท่านประมุขน้อย ข้ามีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะท่าน หากจะตายข้าก็ขอเป็นวิญญาณปกป้องข้างกายท่าน เหตุใดท่าน…เหตุใดท่านถึงได้กล่าวเช่นนี้…”
ในตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังเล่นตลกกันไปมา ทว่า สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดกลับดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวเสียงขรึมว่า “เขาเป็นคนตระกูลเซียว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ประมุขน้อยอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายเลย”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดคนของสามตระกูลยาโบราณถึงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ล่ะ ก็แค่นักปรุงยาคนนึงก็เท่านั้นไม่ใช่เหรอ ต่อให้เป็นผู้สืบทอดของตระกูล แต่ก็คงจะไม่เก่งกาจเท่ากับนักปรุงยาของตำหนักเป่ยหานกระมัง! ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”
“ข้ารู้ว่าผู้อาวุโสสูงสุดชื่นชอบในความงามของแม่นางเซียว อย่าได้พยายามหาข้ออ้างเลย ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสสูงสุดจะอายุแก่ปูนนี้แล้ว แต่อย่างไรเสียก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ข้าเข้าใจ!” มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อ
ผู้อาวุโสสูงสุดได้ยินคำพูดนี้ของมู่เฉียนซีแล้วก็โกรธแค้นใจมาก อย่างไรเสีย คำสั่งจากเบื้องบนนั้นก็เป็นความลับของตำหนักเป่ยหาน
มู่ห