ปิงชิงและพวกมาถึงก็เห็นท่านหัวหน้าตำหนักของพวกเขายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูไม่ได้เข้าไปข้างใน นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ดวงตาที่ไร้ซึ่งอุณหภูมิคู่นั้นกวาดมองไปที่พวกเขาและกล่าวว่า “พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
เห็น ๆ กันอยู่ว่าพวกเขารีบตามเขามา แต่ก็ต้องรีบกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนกว่า “ท่านหัวหน้าตำหนัก ข้าน้อยขอลา!”
“ข้าน้อยก็ขอลาเช่นกัน!”
อวี้ปิงชิงกำหมัดแน่น ก่อนจะกล่าวเบา ๆ ว่า “ชิงเอ๋อร์ขอลาเจ้าค่ะ!”
ในที่สุดพวกคนที่ขวางหูขวางตาก็ไปกันหมดแล้ว ทันใดนั้นแววตาของกู้ไป๋อีก็อ่อนโยนขึ้น
เขามองดูประตูตรงหน้า แทบอยากจะใช้พลังมองทะลุประตูบานนี้จริง ๆ!
เขาอยากเจอนางมากเกินไปแล้ว
มู่เฉียนซีพันแผลอย่างรวดเร็วที่สุด แต่กลับไม่ได้ให้กู้ไป๋อีเข้ามาในทันที
วันนี้ได้รู้เรื่องที่น่าตกใจเรื่องหนึ่ง นางไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเผชิญหน้ากับเสี่ยวไป๋เช่นไร
ทว่า เสี่ยวไป๋ยืนรออยู่ด้านนอกฟังคำสั่งของนางอย่างเชื่อฟัง ดูเหมือนว่าเขาจะย้อนเวลากลับไปในวันที่เอ่ยปากเรียกนางว่าคุณหนูใหญ่ ครั้นแล้วมู่เฉียนซีจึงกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เข้ามาเถอะ!”
ทันทีที่เปิดประตู ร่างในชุดขาวที่สง่างามอย่างไร้ที่เปรียบร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซีทันที
กู้ไป๋อีมองดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่เขาก็รู้ดีว่าคนตรงหน้าผู้นี้คือคนที่เขาอยากจะพบ
มู่เฉียนซีละสายตาไปจากใบหน้าอันสมบูรณ์แบบนั้น