นการที่เขาจะแก้แค้นให้ศิษย์ตัวเองก็ไม่สามารถทำได้แล้ว
และคนที่รอคอยการตรวจสอบอยู่เช่นกันนั่นก็คือมู่เฉียนซี หากเป็นของปลอม แสดงว่าเสี่ยวไป๋ไม่ใช่หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน
แต่หากว่าเสี่ยวไป๋เป็นหัวหน้าตำหนักเป่ยหานแล้วละก็ นางก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำเช่นไรต่อไป
นางได้เตรียมพร้อมที่จะเอาคืนตำหนักเป่ยหานเอาไว้แล้ว ต้องช่วยอารองออกมาให้ได้
ทันทีที่อวี้ปิงชิงตรวจสอบเสร็จ นางก็ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย นางแทบจะอยากบีบป้ายในมือให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จริง ๆ แต่นางก็ทำไม่ได้
นางอดทนต่อความวู่วามของตัวเอง นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นป้ายคำสั่งนี้คืนให้มู่เฉียนซี
“ป้ายคำสั่งนี้เป็นของจริง!”
มู่เฉียนซีรับป้ายคำสั่งกลับมา และรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังอันใหญ่หลวงที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้านางผู้นี้บดบังเอาไว้
เกลียดชังเสี่ยวไป๋ หรือว่าเกลียดชังนาง?
ของจริง มันเป็นของจริง! ตัวตนของเสี่ยวไป๋สามารถยืนยันได้แล้ว
“ต้องไม่ใช่ท่านหัวหน้าตำหนักแน่ ๆ ที่ให้ป้ายคำสั่งนี้กับเขา เจ้าหนุ่มนี่ต้องขโมยป้ายคำสั่งของท่านหัวหน้าตำหนักมาแน่ ๆ” ผู้อาวุโสห้ายังคงไม่เชื่อ
ทุกคนก็หมดคำจะพูดแล้ว หัวหน้าตำหนักเป็นคนเช่นไรอย่างนั้นรึ?
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ หากหัวหน้าตำหนักไม่ยินยอม ต่อให้พรสวรรค์ของมู่หรงเฉียนเยี่ยจะดีเพียงใดก็ไม่มีทางขโมยป้ายคำสั่งของหัวหน้าตำหนักไปได้แน่
มิน่าล่ะว่าเหตุใดมู่หรงเฉียนเยี่ยถึงได้กำเริบเ