ขวัญแรกพบหน้าให้พวกมันกินด้วยล่ะ แล้วก็ค่อยส่งพวกมันกลับสำนัก บอกพวกมันว่าหอหมอปีศาจของพวกเราเสียหายไปไม่น้อย หากกองกำลังในแดนเหนือต้องการดูแลการค้าของพวกเรา หอหมอปีศาจก็จะต้อนรับเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน”
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “อืม! ข้าเข้าใจแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “งั้นข้าไปพักผ่อนก่อนนะ! การหาเงินทองนั้นมันไม่ง่ายเลย ข้าต้องพักผ่อนให้มาก ๆ”
เหลิ่งหนิงจืองุนงงเล็กน้อย นางหาเงินทองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เห็น ๆ กันอยู่ว่านางก็แค่ใช้ปากพูดก็แค่นั้น
เช้าวันต่อมา เหลิ่งหนิงจือก็ได้เห็นรองเจ้าสำนักและรองหัวหน้าตำหนักของกองกำลังต่าง ๆ มาที่หอหมอปีศาจ
พวกเขาขอพบเยวี่ยเจ๋อด้วยความร้อนอกร้อนใจและกล่าวถามว่า “พวกเจ้าจะเอายังไงกันแน่ถึงจะยอมให้ยาแก้พิษกับพวกข้า”
เดิมทีอยากจะทำตามตำหนักตงจี๋ ด้วยการจับลูกน้องของมู่เฉียนซีเพื่อขู่บังคับให้มู่เฉียนซีโผล่หัวออกมา แต่กลับทำไม่สำเร็จ แถมยังต้องเสียประโยชน์อีก
พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าหอหมอปีศาจจะมียอดฝีมือขั้นสูงสุดเฝ้าอยู่ พวกเขาไม่มีกำลังต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
ช่างเถอะ แต่หอหมอปีศาจก็ใจดำเกินไปแล้ว!
จับคนของพวกเขา แถมยังวางยาพิษอีก ทำให้พวกเขาต้องแบกหน้ามาเช่นนี้
พิษของหอหมอปีศาจนั้น นักปรุงยาของพวกเขาก็ไม่สามารถแก้ได้
และพวกเขาก็ไม่สามารถเห็นยอดฝีมือของกองกำลังของพวกเขาตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ดังนั้นจึงแบกหน้ากันมาขอยาแก้พิษ
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “ทุกท่