่!”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “สวัสดีทุกคน ข้าคือมู่เฉียนซี”
ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่ตกตะลึง เหลิ่งหนิงจือก็ตกใจเช่นกัน “เจ้า เจ้าคือผู้นำตระกูลมู่ผู้นั้นที่กองกำลังระดับสามหมายจะแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จากเจ้า”
มู่เฉียนซีกล่าว “ถูกต้อง!”
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ในมือเจ้า!”
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “หากเจ้าต้องการจะแย่งกระบี่กับข้า เจ้าต้องตายอย่างน่าสังเวชแน่!”
นางกลับคิดไม่ถึงเลยว่าเหลิ่งหนิงจือจะหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ๆ! มู่หลินหลางพยายามเกือบตายเพื่อจะเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้นมาครอบครองให้ได้ ตามหามานานนับสิบปีก็เอามันไปไม่ได้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะตกมาอยู่ในมือของเจ้า ดูท่าการที่ข้าตัดสินใจอยู่กับเจ้า ข้าคิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ”
ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรของเรา!
แสงสลัววาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี เป็นเช่นนี้จริง ๆ เหรอ
มู่หลินหลางก็คือคนที่เฟิงอวิ๋นซิวยอมแลกทุกอย่างเพื่อนางผู้นั้น เป็นคนที่ต้องการเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้โดยที่ไม่สนแม้แต่ชีวิตของตนเอง
มู่เฉียนซีกล่าวเตือนว่า “อย่าหัวเราะสะใจแบบนั้นเลย มันน่าเกลียดเกินไปหน่อย! บอกว่าข้าได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา แต่กลับไม่รู้ความหมายของมันจริง ๆ”
มีพิฆาตวิญญาณผู้ที่อันตรายที่สุดอยู่ บางทีนางอาจจะไม่เพียงไม่สามารถเป็นเจ้านายของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้เท่านั้น แต่กลับต้องเป็นทาสรับใช้กระบี