เช่นนี้ก็หัวเราะขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ! เฟิงอวิ๋นซิว นี่เจ้ากำลังสั่งข้า! ใช่ เจ้าเป็นนายน้อยแห่งตระกูลเฟิง แต่ตระกูลเฟิงที่เหลือเจ้าเพียงแค่คนเดียวมันจะนับว่าเป็นสิ่งใดกันล่ะ! เหตุใดข้าต้องฟังเจ้าด้วย!”
“หากเจ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งข้า เช่นนั้น ข้าก็จะเป็นคนส่งเจ้าไปเอง!”
กล่าวจบ เฟิงอวิ๋นซิวก็ลงมือกับเขาทันที
“เจ้าบ้าไปแล้ว นี่เจ้าจะทรยศหักหลังพระนางอย่างนั้นเหรอ นี่เจ้าจะทำอะไรกันแน่?”
“ตราบใดที่ข้าได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา ข้าไม่มีทางทรยศหักหลังแน่นอน” เขาไม่อยากทรยศหักหลัง และเขาก็ไม่อยากให้เฉียนซีได้รับบาดเจ็บด้วย
เฟิงอวิ๋นซิวรับมือกับหรงเหริน มู่เฉียนซีรู้สึกเป็นกังวลมาก ในฐานะที่เป็นนักปรุงยา นางรู้ดีว่าร่างกายของอวิ๋นซิวนั้นแย่มาก
ตอนนี้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้วิธีใดที่จะทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะรับมือกับหรงเหรินได้ ร่างกายของเขาต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าหรงเหรินจะถูกเฟิงอวิ๋นซิวขวาง แต่ไป๋อู๋ห่ายและคนอื่น ๆ ก็ไม่คิดที่จะยืนนิ่งเฉยแน่!
ฟึ่บ! คมศรนับไม่ถ้วนพุ่งออกมา ซวนอีและพวกลงมือแล้ว
ซวนอีมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาสับสน และกล่าวว่า “แม่นางมู่ รีบหนีไปก่อนเถอะ!”
ไป๋อู๋ห่ายโกรธเกรี้ยวขึ้น “องครักษ์ซวนของพวกเจ้าคิดจะก่อกบฏเหรอ?”
ซวนอีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกข้าองครักษ์ซวน ฟังเพียงแค่คำสั่งของนายน้อยเท่านั้น”
“เจ้าพวกมดปลวกเหล่านี้ยังคิดจะขวางทางอีก!” คนชุดขาวผู้หน