ัดกำลังกันกับกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าอันกระหายเลือดของเขา พิฆาตวิญญาณตกตะลึงเล็กน้อย
จิ่วเยี่ยกุมมือของมู่เฉียนซีเอาไว้ กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกทำให้ความเร่าร้อนของกระบี่มังกรเพลิงลดน้อยถอยลงไป ในตอนนี้มังกรเพลิงที่เป็นวิญญาณกระบี่ก็ได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาบ้างแล้ว จึงได้รีบพุ่งบินออกไปจากมือของมู่เฉียนซี
มันกล่าวด้วยความหงุดหงิดเป็นอย่างมาก “พิฆาตวิญญาณ ทำไมเจ้าถึงได้ล่วงเกินนายท่านมากเกินไปเช่นนั้น นายท่านเป็นนายท่านของพวกเราไม่ดีหรือ?”
พิฆาตวิญญาณแค่นยิ้มออกมาแล้วกล่าว “ก็เพียงแค่เจ้าผู้ไร้ประโยชน์ที่ยอมทำพันธสัญญากับมนุษย์ และโชคชะตาของตนเองไปฝากเอาไว้ในมือของผู้อื่น มันไม่เหมือนกันกับข้า!”
“นายท่านดีเป็นอย่างมาก!” มังกรเพลิงกล่าวด้วยความอัดอั้นใจ
“ดี! มนุษย์ดีนัก? บางทีอาจจะมีแค่เจ้าโง่เช่นเจ้าที่คิดเช่นนั้น” พิฆาตวิญญาณยิ้มอย่างเย็นชา
และในตอนนี้เอง ดวงตาอันเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยจับจ้องไปที่พิฆาตวิญญาณ เขากล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็น “ข้าจะต้องให้เจ้าชดใช้”
พิฆาตวิญญาณยิ้มออกมา ยิ้มอย่างมีเสน่ห์เลศนัย “ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าเป็นเทพเทวดาแต่ปางใดที่จะมีความสามารถมาทำให้ข้าต้องชดใช้?”
จิ่วเยี่ยได้ใช้พลังของตนเองลบล้างอิทธิพลของพิฆาตวิญญาณที่มีต่อมู่เฉียนซี นางได้ดึงตัวจิ่วเยี่ยเอาไว้
“จิ่วเยี่ย พวกเราไปกันเถอะ!”
พิฆาตวิญญาณอันตรายยิ่งนัก อันตรายเสียยิ่งกว่าศัตรูที่นางเคยพบเจอมาเมื่อก่อนหน้า