งมาก ขอให้แม่นางจงไปจากที่นี่เถิด ข้าอันเป็นพระสงฆ์ผู้ยากไร้จะไปส่งเจ้าออกไป”
ความเมตตาบนใบหน้าของเขานั้นไม่มีวี่แววว่าจะเป็นของปลอม
แม้ว่านางจะอ่านคนมาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน แต่นางกลับไม่สามารถอ่านอะไรจากคนผู้นี้ออกได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าหากมิใช่เพราะเสี่ยวไป๋เคยกล่าวถึงคนผู้นี้ไว้ก่อนหน้านี้ นางคงจะเชื่อไปแล้วจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นเบา ๆ “ผู้ที่มาที่แห่งนี้ล้วนแต่มาเพื่อของล้ำค่า เจ้าเองก็เช่นกัน ในตอนนี้ของล้ำค่านั้นยังมิถูกหาจนพบแต่เจ้าจะให้ข้ากลับไป?”
“ถึงแม้จะเป็นบุรุษรูปงามเช่นเจ้าคอยอารักขาไปส่ง ข้าจะไม่หลงกลชายงามหรอก!”
เมื่อเท้าเริ่มเคลื่อนที่ มู่เฉียนซีก็ได้เข้าไปใกล้อินรั่วเฉิน
ผิวของเขาเหมือนดั่งเครื่องปั้นสีขาวครามก็มิผิด ละเอียดอ่อนและสมบูรณ์แบบ
อินรั่วเฉินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันไม่คุ้นเคย เมื่อนางเข้ามาใกล้ก็มีไอร้อนไอหนึ่งพ่นขึ้นมาที่บนใบหน้าของเขา
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ใบหน้าของเขายังคงไว้ซึ่งท่าทางที่อ่อนโยนและสะอาดเอี่ยม
มู่เฉียนซียื่นมือออกมาและยกเส้นผมสีดำของเขาขึ้น ผมสีดำนั้นเหมือนดั่งผ้าไหมก็มิปาน มันมีกลิ่นหอมของไม้จันทร์อยู่บาง ๆ
นางอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าพระผู้นี้จะทำการแสดงไปได้นานเท่าไร?
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ถ้าหากว่าเจ้ายอมที่จะจ่ายด้วยราคาสักเล็กน้อย บางทีข้าอาจจะฟังคำเจ้าแล้วออกจากที่นี่ไปแต่โดยดี!”
ในตอนนั้นเสี่ยวไป๋ยังโดนปั่นหัวเสียจนพังทลาย นางอยากจะ