ี่มันช่างแปลกประหลาดเกินไปหน่อยแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะมีประโยชน์ต่อเสี่ยวหง แต่มู่เฉียนซีก็ไม่มีทางให้อารองเข้าไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
“อารอง พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
“หึ ๆ ๆ! เจ้ามดปลวกสองคนนี้คิดว่าจะแอบซ่อนพ้นจากสายตาข้าไปได้อย่างนั้นเหรอ ?”
จู่ ๆ เปลวไฟก็พุ่งโจมตีมาทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มันเผาสิ่งกีดขวางตรงนั้นทั้งหมดออกไปจนสิ้น
มู่เฉียนซีกับหลิงถูกเปิดเผยต่อหน้านกอัคคีสามปีก นกอัคคีสามปีกยิ้มพลางกล่าว “เป็นเจ้ามดปลวกสองคนจริง ๆ ด้วย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกข้าก็แค่เดินผ่านทางมาเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะแย่งของของเจ้าเลย เจ้ายังคิดจะฆ่าพวกข้าอีกเหรอ?”
“มดปลวกอย่างเจ้า กล้าดียังไงมากล่าววาจาเช่นนี้กับข้า! การที่ข้าจะฆ่าเจ้า จำเป็นต้องหาเหตุผลด้วยเหรอ?”
พลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี
ปัง! กระบี่ขนาดใหญ่เล่มนั้นของหลิงขวางหน้ามู่เฉียนซีไว้
เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้ามันไม่รู้จักความเป็นความตาย”
“อารอง ระวัง!”
“ซีเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อครู่เจ้านกนี่ถูกคนกลุ่มนั้นโจมตีได้รับบาดเจ็บไม่น้อย อารองไม่เป็นอะไรหรอก”
อย่างไรเสียเป้าหมายของพวกเขาก็ไม่ใช่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเก็บพลังเอาไว้แย่งชิงของล้ำค่าในตอนหลัง
ตอนนี้ได้ผ่านมาเจอกับของที่ซีเอ๋อร์ต้องการพอดี แย่งมาเลยก็ดีเหมือนกัน
ครั้นแล้วหลิงจึงได้ต่อสู้พัวพันกับนกอัคคีตัวนั้น ถึงแม้ว่าเจ้านกอัคคีตัวนี้จะสูญเ