สียพลังไปไม่น้อยแล้ว แต่มู่เฉียนซีก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“เสี่ยวหง อู๋ตี้ พวกเจ้าไปช่วยอารอง” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ!”
“ได้เลย!”
ฝ่ายตรงข้ามใช้เปลวไฟ เสี่ยวหงก็ใช้เปลวไฟของตัวเองเหมือนกัน
“เพลิงเผาสวรรค์!”
“นี่เจ้าเป็นตัวอะไรกัน ?” นกอัคคีสามปีกมองไปที่หมูตัวสีแดงตัวนั้นด้วยความตกใจ
นึกไม่ถึงเลยว่าเปลวไฟของเจ้าหมูตัวนี้ที่อยู่ภายใต้เปลวไฟของมันจะไม่เสื่อมถอย เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันเป็นเพียงแค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวเล็ก ๆ ตัวเดียวเท่านั้น
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างไม่อาจที่จะสลัดหลุดได้ เปลวไฟตกลงไปทุกหนทุกแห่งราวกับดาวตกก็มิปาน
ต่อสู้กันไปมาเกือบจะถึงครึ่งชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้ ดวงตาของนกอัคคีสามปีกยิ่งมืดครึ้มลงไปเรื่อย ๆ แล้ว
เจ้ามนุษย์ตรงหน้ารับมือได้ยากกว่ากลุ่มมนุษย์ไร้ประโยชน์เมื่อครู่เสียจริง
แถมยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประหลาดสองตัวนี้อีก เห็น ๆ กันอยู่ว่าระดับพลังของมันนั้นต่ำยิ่งนัก การบีบบังคับของมันใช้กับพวกเขาไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
มันตะโกนคำรามเสียงดังลั่น “ข้าต้องการให้พวกเจ้าตาย!”
อู๋ตี้กลายร่างเป็นร่างใหญ่มหึมาขึ้น “เจ้านกจรจัด เจ้าต่างหากที่ต้องตาย!”
เสี่ยวหงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ตัวใหญ่ขนาดนี้ ย่างไปก็ไม่อร่อย ข้าว่าฉีกเนื้อทิ้งไปเสียยังดีกว่าเลย!”
คำพูดของเสี่ยวหงกับอู๋ตี้ทำให้นกอัคคีโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ในตอนนี้เอง เสียงตัดอา