ำขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นี่มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว!”
อาถิงกลับกล่าวอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นว่า “หญิงอัปลักษณ์ เจ้าพยายามให้เต็มที่เถอะ! วางใจได้ หากเจ้าไม่ไหวแล้วจริง ๆ กำลังจะตายแล้วจริง ๆ ข้าก็ไม่อาจนั่งมองอยู่เฉย ๆ หรอก”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่มีทางให้เจ้าได้เห็นตอนที่ข้าอับจนหนทางหรอก!”
นางกำกระบี่มังกรเพลิงในมือแน่น และลงมือโจมตีอีกครั้ง!
ศัตรูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และนางก็ยิ่งลงมือสังหารอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นมู่เฉียนซีต่อสู้อย่างสุดชีวิตเช่นนี้ รอยยิ้มอันมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นนั้นของอาถิงก็หายไปในทันที
ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่นั้นพลันลึกล้ำขึ้นหลายเท่า เขาพึมพำเสียงเบาว่า “ท่านพี่ ข้าอยากจะให้เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่นหายสาบสูญไปจากโลกนี้จริง ๆ นับวันข้ายิ่งเกลียดเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
“เจ้าหมอนั่นก็ไม่ใช่คนดีอะไร นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำให้ผู้เป็นพันธสัญญาของข้าพยายามอย่างสุดชีวิตถึงเพียงนี้…”
จากนั้น น้ำเสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “นี่อาถิงกำลังหึงหวงอย่างนั้นเหรอ?”
“หึงหวงอะไรกัน ข้าก็แค่เกลียดชังเจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่นต่างหากล่ะ”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “พวกเรามีพันธสัญญากับซีเอ๋อร์ คนที่นางต้องการจะปกป้อง ก็คือคนที่พวกเราต้องปกป้องเช่นกัน”
“แต่หวงจิ่วเยี่ยเขา…” อาถิงกัดฟันกรอดพลางกล่าว
“ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร ขอเพียงแค่เป็นคนที่ซีเอ๋อร์ให้คว