ามสำคัญและใส่ใจ นั่นก็เพียงพอแล้ว”
สีหน้าของอาถิงเย็นชาลง เขาโกรธมาก โกรธมากจริง ๆ
การต่อสู้ของมู่เฉียนซียังดำเนินต่อไป เนื่องจากจำนวนของศัตรูที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดเช่นนี้ ทำให้นางรับมือได้ยากมาก
ชั่วครู่หนึ่ง กระดูกมังกรเหล่านี้ก็ได้หยุดลง และกลายเป็นความว่างเปล่าไปในทันที
อาถิงปรากฏตัวขึ้นข้างกายมู่เฉียนซีและได้พยุงมู่เฉียนซีที่กำลังจะล้มเอาไว้ เขากล่าว “หญิงอัปลักษณ์ ท่าทางที่อับจนหนทางของเจ้ามันช่างดูน่าเกลียดเกินไปแล้ว!”
“อาถิง มันยังไม่ถึงขีดจำกัดของข้าเลยนะ!”
“ข้ารู้ แต่ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้ามาเสียเวลาตรงนี้มากเกินไป เจ้าอยากได้คัมภีร์หมื่นคำสาปมาเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ รีบไปเอามาให้ได้เถอะ ยิ่งยืดเวลานาน อุปสรรค์ก็ยิ่งมีมากขึ้น”
“ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด! แต่กฎเกณฑ์ของเผ่ามังกร…” มู่เฉียนซีไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของอาถิง
“ข้ากับเจ้าคือผู้เป็นพันธสัญญาต่อกัน พวกเราสองคนผ่านด่านไปด้วยกัน พวกมดปลวกเหล่านั้นจะกล้าว่าอะไรได้”
มู่เฉียนซีพยักหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ตกลง เช่นนั้นก็รีบต่อสู้รีบปิดศึกเถอะ!”
มู่เฉียนซีมีอาถิงคอยช่วย จากนั้นก็ผ่านด่านมาได้อย่างราบรื่นราวกับได้ปลดล็อกก็มิปาน
ในตอนนี้เอง พวกเขาก็มาถึงตำหนักสุดท้ายแล้ว
เมื่อประตูถูกเปิดออก ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นม้วนตำราโบราณสีดำม้วนหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ
มู่เฉียนซีเห็นม้วนตำราโบราณสีดำนี้ก็ตกใจผงะไป “นี่มันคือคัมภีร์หมื่