ว่าใช่ มันก็ต้องใช่แน่ ๆ!
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้ออกคำสั่งให้ไปหาสมุนไพรวิญญาณมา เฮยเย้าก็ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
เขาเห็นมู่เฉียนซีเดินเข้ามาก็ตกใจสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
“ท่านมังกรวารี ท่านมาได้อย่างไร?”
มู่เฉียนซีกล่าว “มังกรน้อยตัวหนึ่งป่วยใกล้จะตายอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นนักปรุงยา ข้าจะไม่มาได้อย่างไรกันล่ะ”
เฮยเย้าได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจจนลุกพรวดนั่งขึ้น “ท่านมังกรวารีช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
“ก็ใช่นะสิ! ข้าช่วยเจ้า ดังนั้นเจ้าต้องตอบแทนข้าด้วยการนอนพักผ่อนดี ๆ อย่าให้อาการป่วยกำเริบหนัก”
“ขอรับ!” เฮยเย้าเอนกายนอนไปอย่างเชื่อฟัง
มู่เฉียนซีมองเด็กน้อยตรงหน้าและกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “เฮยเย้า เจ้าร่างกายไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่กำเนิด เห็น ๆ กันอยู่ว่าเจ้าเป็นมังกรของเผ่ามังกร แต่กลับรวมพลังไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ข้าพูดถูกหรือไม่?”
แสงสลัวแสงหนึ่งวาบผ่านดวงตาของเขา
“เจ้าถูกคนอื่นรังแกมาโดยตลอด ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นก็สามารถที่จะเข้าใจได้ แต่เจ้าจะทำอย่างมั่วซั่วไม่ได้! เจ้าฝึกบำเพ็ญตามใจตัวเองจนทำให้พลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเจ้าอย่างมั่วซั่ว หากข้ามาไม่ทันเจ้าต้องได้ไปเกิดใหม่แน่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วเขาก็ยิ่งก้มหน้าต่ำลงเรื่อย ๆ และกล่าวเสียงต่ำว่า “ข้าอยากฝึกบำเพ็ญ ข้าต้องการแข็งแกร่ง!”
“พลังวิญญาณไหลเวียนอย่างมั่วซั่วอยู่ในร่างของเจ้า ทำให้ร่างกายของเจ้าพัง เส้นปราณพลังไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่ท