รพรรดิแค่ไม่กี่คน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลยสักนิด
ไป๋อู่ห่ายกล่าว “อวิ๋นซิว เจ้าโน้มน้าวผู้นำตระกูลมู่สักหน่อยเถอะ พวกข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “คงจะโน้มน้าวไม่ได้! แต่ข้าก็มีเรื่องเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกให้ท่านหัวหน้าตำหนักได้รู้ หากคิดจะทำเรื่องใดที่เฉียนซีไม่ยินยอม ก็ต้องผ่านด่านข้าไปก่อน”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “เพื่อสาวน้อยผู้นี้ผู้เดียว เจ้าถึงกับยอมเป็นคู่ต่อสู้กับข้าเลยรึ?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวเย้ยหยันว่า “เหตุผลนี้ ท่านหัวหน้าตำหนักก็ใช่ว่าจะไม่รู้”
ไป๋อู๋ห่ายกำหมัดแน่น จากนั้นก็ออกคำสั่ง “ทหาร! เอาตัวนายน้อยอวิ๋นซิวกลับตำหนักตงจี๋”
บรรยากาศของทั้งสองฝ่ายเริ่มตึงเครียดขึ้น และกำลังจะเริ่มต่อสู้กันแล้ว!
แต่ในตอนนี้เองน้ำเสียงอันน่าหลงใหลเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ตำหนักตงจี๋นับวันจะยิ่งกำเริบเสิบสานใหญ่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะรังแกผู้น้อยเช่นนี้!”
จู่ ๆ คนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา ผู้ที่เป็นหัวหน้าเป็นบุรุษสวมชุดคลุมยาวสีเขียวเข้ม ข้างหลังเขายังมียอดฝีมือเป็นผู้ติดตามอีกด้วย
บุรุษผู้นี้ไป๋อู๋ห่ายไม่รู้จัก แต่ชุดสีดำขลับที่ลูกน้องของเขากลุ่มนั้นสวมใส่เขารู้จัก
“หอปี้ลั่ว!” จู่ ๆ ก็ได้กลายเป็นกองกำลังระดับสองครึ่ง และเขาก็ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่น่าเสียดายกลับไม่ได้ข่าวที่เป็นประโยชน์มาได้เลย
“มู่เฉียนซี นึกไม่ถึงเลยว่าหอหมอปีศาจของเจ้าจะสมคบกับหอปี้ลั่ว”