“ท่านพ่อ! นี่แม้แต่ตัวท่านพ่อเองก็คิดว่าลูกสู้มู่เฉียนซีไม่ได้อย่างนั้นเหรอเจ้าคะ มู่เฉียนซีก็แค่โชคดีก็เท่านั้น มีท่านพ่อที่ดี มีสถานะที่ดี มีของล้ำค่ามากมาย ตั้งแต่เล็กจนโตลูกก็ต้องอยู่…”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น จนกระทั่งพูดจาฟังไม่รู้เรื่องแล้ว
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ลูกสาวของพ่อ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจเทียบได้ทั้งนั้น มีท่านหมิงจีคอยช่วยเหลือ อีกไม่นานลูกก็เหนือกว่ามู่เฉียนซีผู้นั้นแล้ว”
“ลูกรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อดีกับลูกที่สุด” ไป๋เหยียนเอ๋อร์แสดงท่าทางมีความสุขออกมา
เนื่องจากจู่ ๆ ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็กระโดดออกมาก่อน เฟิงอวิ๋นซิวจึงไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีกับมู่เฉียนซีในตอนแรก เขาจึงนำคนตามนางไปที่หอหมอปีศาจ
เฟิงอวิ๋นซิวเดินเข้าไปในหอหมอปีศาจอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็ได้เห็นกับใบหน้าอันงดงามและประณีตราวกับภูตของคนผู้หนึ่ง
ทว่า ใบหน้าอันงามนี้กลับเผยความรังเกียจออกมา “เจ้ามาทำอะไร ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรจะมา!”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “วันนี้เฉียนซีได้เป็นถึงอัจฉริยะนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออก ข้ามาก็เพื่อจะแสดงความยินดีกับนาง!”
“นี่เป็นเพียงความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ ของนางเท่านั้น มีสิ่งใดต้องยินดีด้วย เจ้าไสหัวไปได้แล้ว!” อาถิงไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น
“หมอปีศาจเข้มงวดกับเฉียนซีเกินไปหรือเปล่า”
อายุเพียงแค่สิบเจ็ดปี สามารถคว้าอันดับหนึ่งในการประลองการปรุงยาอา