อมันทำให้เจ้าเป็นกังวลนัก เช่นนั้นเจอหน้าให้น้อยลงก็ได้แล้วนี่ รอจนเจ้าได้สุกงอมกับผู้ที่เจ้าชอบ เมื่อถึงตอนนั้นก็คงจะไม่มีความเข้าใจผิดเช่นนี้แล้ว”
“สุกงอม? เป็นไปไม่ได้หรอก!
“ทำไมเล่า? รึว่านางได้แต่งกับผู้อื่นไปแล้ว?”
“ไม่ใช่!”
“มีคู่หมั้นแล้ว?”
“ยังไม่ถูกกำหนดแต่คาดว่าในภายหลังคงมี นางจะแต่งงานกับผู้ที่เหมาะสมกับนางไม่ว่าในด้านฐานันดรหรือพรสวรรค์ความสามารถ” ดวงตาของเฟิงอวิ๋นซิวพลันหมองลง
“เจ้าเองก็ไม่เลวนี่! สิ่งที่ควรต่อสู้ก็ต้องต่อสู้” มู่เฉียนซีกล่าวให้กำลังใจ
“ดังนั้นแล้วข้าจะต้องหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้พบ”
ได้สิ่งที่นางต้องการมา เมื่อถึงตอนนั้นบางทีเขาเองอาจจะมีความกล้าในการแสดงความในใจ แต่ก็ไม่รู้ว่านางจะเป็นเช่นไร?
มู่เฉียนซีตะลึงค้าง “การแย่งชิงของแทนใจของเจ้านั้นดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีความเมตตากรุณา แต่สำหรับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์แล้ว ข้าจะต้องได้มันมา”
“เฉียนเยี่ย เจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นกังวล ได้พูดกันเอาไว้แล้วว่าเมื่อถึงเวลานั้นต่างฝ่ายจะเอามันไปด้วยกำลังของตน” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว
“ข้าจะไม่ใจอ่อนออมมืออย่างแน่นอน”
มู่เฉียนซีได้พูดคุยกับเฟิงอวิ๋นซิวในเรื่องทั่ว ๆ ไปอยู่นาน จากนั้นเฟิงอวิ๋นซิวก็กล่าวขึ้น “นี่เจ้าคงวางแผนที่จะไปตำหนักเป่ยหานกระมัง?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ได้จะไปที่ตำหนักเป่ยหานเร็วเช่นนั้น ยังมีธุระอีกนิดหน่อยที่ต้องไปทำ”
ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องที่ยัง