พูดกันไม่จบ แต่มู่เฉียนซีก็ต้องจากไปแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวได้ไปส่งมู่เฉียนซีถึงประตูทางเข้าตำหนักตงจี๋ เขาตัดใจให้ไปไม่ได้แต่ก็ไม่อาจที่จะรั้งตัวเอาไว้
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้หายไปแล้ว เฟิงอวิ๋นซิวก็ได้หันกลับมากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ซวนอี!”
“นายน้อย!” ซวนอีคุกเข่าอยู่ที่ด้านหน้าของเฟิงอวิ๋นซิว
“เจ้าจงไปรับโทษด้วยตัวเองเถอะ!”
ซวนอีพยักหน้ากล่าวรับ “ขอรับ!”
มู่เฉียนซีสามารถที่จะปิดซ่อนความจริงเอาไว้ได้ แต่เมื่อเฟิงอวิ๋นซิวกลับมาแล้วก็พบว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมันบังเอิญจนเกินไป
แน่นอนว่าจึงเดาได้ว่าซวนอีทำอะไรลงไป
ครั้งนี้เกือบจะทำให้เฉียนซีตายอยู่ในหุบเขาเมฆามืด ถึงต่อให้รู้ว่าองครักษ์ของตนเองทำไปด้วยความหวังดีต่อเขา เขาก็ไม่อาจที่จะปล่อยไปได้ง่าย ๆ
ซวนอีกลับแบกชื่อของเขาไปหาเฉียนเยี่ยเพื่อให้ช่วยเหลือ แต่เมื่อหาเฉียนเยี่ยไม่ได้ก็ไปหามู่เฉียนซีเพื่อให้นางช่วย
จากนั้นมู่เฉียนซีในร่างมู่หรงเฉียนเยี่ยก็ได้กลับไปถึงหอหมอปีศาจ และแน่นอนว่าในที่สุดนางก็ได้กลับไปทำตัวเป็นมู่เฉียนซีอย่างเต็มตัวเสียที
เงาร่างสองร่างได้บุกเข้าไปในหอหมอปีศาจ ผู้หนึ่งมีเสน่ห์ล่อหลอกให้ผู้คนหลงใหลเหมือนดั่งมาร ส่วนอีกผู้หนึ่งนั้นน่ารักอย่างมิอาจหาสิ่งใดเทียบเทียม สองผู้นั้นก็คือจื่อโยวและซิงเฉิน
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเจ้ากลับมาแล้ว สำนักหุ่นปีศาจเป็นเช่นไร?”
จื่อโยวกล่าว “คนเหล่านั้นหนีไปรวดเร็วนัก มันได้หลบเข้าไปในเทื