าลูกกลอนขั้นปฐพีระดับกลางได้ แต่หากสามารถหลอมยาลูกกลอนขั้นปฐพีระดับสูงออกมาได้ นั่นก็หมายความว่าฝีมือเก่งกาจมาก
ปรมาจารย์จางกล่าวเสียงขรึมว่า “พวกเจ้าก็เป็นนักปรุงยาเหมือนกัน พวกเจ้าก็รู้ดีว่าการปรุงยาข้ามระดับได้นั้นมันยากเย็นมากเพียงใด”
เขามองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “เจ้าเด็กนั่นสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ก็เพราะว่าพึ่งพาอาศัยทักษะวิญญาณ แต่การหลอมยานั้น มันไม่สามารถคดโกงกันได้”
นักปรุงยาเหล่านี้ต่างพยักหน้าเห็นด้วย “ท่านหัวหน้านักปรุงยาพูดถูก!”
มู่เฉียนซีใจจดใจจ่ออยู่กับการหลอมยา พวกเขาพบว่าสีหน้าของนางในตอนนี้เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ พลังวิญญาณรอบตัวก็ไม่คงที่
ปรมาจารย์จางทำเสียงฮึดฮัดออกทางจมูกก่อนจะกล่าวว่า “นี่คือจุดจบของผู้ที่ไม่ดูกำลังความสามารถของตนเอง อีกไม่นานเขาก็ไม่อาจควบคุมพลังวิญญาณเอาไว้ได้ และเมื่อถึงตอนนั้นยาลูกกลอนในเตาหลอมทั้งหมดก็จะต้องถูกทำลายลง ช่างน่าเสียดาย!”
มู่เฉียนซีกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ปรมาจารย์จางกล่าว พลังวิญญาณหมด แล้วการหลอมยาจะล้มเหลว!
นางเอาเข็มยาออกมาหลายเข็มฉีดเข้าร่างกายตนเอง ไม่นานนักพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีก็ฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง
การหลอมยาก็ยังคงดำเนินต่อไป!
จากนั้น อีกไม่นานเวลาในการทดสอบก็ใกล้จะหมดลงแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็หลอมยาลูกกลอนออกมาสำเร็จ
ส่วนมู่เฉียนซีในตอนนี้ยังหลอมไม่เสร็จ!
พวกเขารู้ว่ามู่เฉียนซีได้ทุ่มเทสมุนไพรวิญญาณอันล้ำค่า