นึ่ง เฮ้อ!
หลังจากที่อาหารมาส่งให้เสร็จสรรพ มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้น “เฟิงอวิ๋นซิว ข้ากินข้าวมื้อนี้เสร็จก็จะไปแล้ว”
“ยังเหลือเวลาอีกวันไม่ใช่หรือ?” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวถาม
“อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีเรื่องอื่นใด หากเจ้าได้ข่าวของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็จงบอกข้าก็พอแล้ว ข้าจะไม่อยู่ในตำหนักตงจี๋เป็นการชั่วคราว” มู่เฉียนซีกล่าว
“เจ้าโกรธหรือ?”
มู่เฉียนซีชำเลืองมองไปทางเขาแล้วกล่าว “แน่นอนว่าข้าโกรธ อีกทั้งจะไม่หายโกรธด้วย! ข้าจะบอกเจ้าไว้ให้นะเฟิงอวิ๋นซิว เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อตนเองตั้งแต่เมื่อไร เรื่องเมื่อคืนก็ให้มันจบลงไปเช่นนั้นเสีย”
“มิเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันแล้ว” แล้วมู่เฉียนซีก็เดินออกไป
มู่เฉียนซีหวังว่าเขาจะปล่อยวางมันลงได้!
ดวงตาสีเหลืองอำพันของเฟิงอวิ๋นซิวหรี่ลงแล้วกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกินอาหารเสร็จสิ้น เฟิงอวิ๋นซิวก็กล่าวขึ้น “ซวนอี ส่งเฉียนเยี่ยออกจากตำหนักตงจี๋ แล้วก็ถือโอกาสพาเขาไปทำความคุ้นเคยกับเมืองตงจี๋เสียหน่อย หากเขาต้องการสิ่งใดเจ้าจงทำให้เขาพอใจก็พอแล้ว นี่นับว่าเป็นสิ่งที่ติดค้างกันไว้ที่เมืองโอสถเมื่อตอนนั้น”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เจ้าพูดเองนะเฟิงอวิ๋นซิว เมื่อถึงตอนนั้นแล้วเจ้าถังแตกก็อย่ามาร้องไห้เล่า ที่นี่เป็นถิ่นที่ของเจ้า ข้าใช้จ่ายขึ้นมาจะไม่เกรงใจอย่างแน่นอน”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “จงเลือกซื้อได้ตามใจเจ้า!”
ดังนั้นแล้วมู่เฉียนซ