ร่างของนางฉีกขาดทันที
ไปเหยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ย!”
นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กผู้นี้จะมาทำลายเรื่องดี ๆ ของนาง บัดซบยิ่งนัก!
มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยันว่า “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ไก่ตัวเมียมันก็คือไก่ตัวเมียอยู่วันยังค่ำ ต่อให้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำด้วยขนหงส์อันล้ำค่าก็ไม่มีทางจะกลายเป็นหงส์ไปได้หรอกนะ เจ้าปลอมตัวเพื่อทำให้เฟิงอวิ๋นซิวสับสน แต่ข้าไม่มีทางสับสนแน่”
“อวิ๋นซิว ฆ่าเขาซะ!” ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว
เฟิงอวิ๋นซิวลงมือกับมู่เฉียนซีโดยไม่ลังเล
ครั้งนี้เขาลงมือกับมู่เฉียนซีโดยที่ไม่ยับยั้งพลังวิญญาณเลย
บนมีดวายุนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งจิตสังหาร นี่เขาต้องการจะฆ่านางจริง ๆ แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เมื่อวานก็แค่ต่อสู้กันเล่น ๆ ครั้งนี้ได้ต่อสู้กันจริง ๆ ก็ไม่เลวนะ!”
ร่างสองร่างสู้รบปรบมือกันไปมา เนื่องจากเฟิงอวิ๋นซิวนั้นมีเจตนาจะฆ่าจริง ๆ ทุก ๆ ก้าวของมู่เฉียนซีจึงน่าหวาดเสียวและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ภายในแววตาของไป๋เหยียนเอ๋อร์เผยความลำพองใจออกมา คาดว่าเจ้าเด็กผู้นี้ก็คงจะคิดไม่ถึงว่าเฟิงอวิ๋นซิวจะลงมือฆ่าเขาจริง ๆ!
นางยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตนเอง ใบหน้านี้ช่างรับมือกับเฟิงอวิ๋นซิวได้ดีอย่างน่าประหลาดใจจริง ๆ นางอยากใช้ใบหน้านี้ไปตลอดแล้วซะแล้วสิ
ทว่า เมื่อนึกขึ้นได้ว่าใบหน้านี้ช่างเหมือนกับใบหน้าของมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก หากใช้ใบหน้านี้ไปตลอด ทุก ๆ วันที่ส่องกระ