นหาที่ตาย!”
เขาแทบจะถูกผู้หญิงบ้าผู้นี้ทำให้โกรธตาย เขาไม่อยากที่จะเห็นหน้านางอีกต่อไป
พลังวิญญาณเขียวอ่อนได้ผลักมู่เฉียนซีออกไปนอกมิติ แรงพลังนั้นไม่เบาเลย
มู่เฉียนซีกลับมายังห้องโถงที่ได้ถูกลอบทำร้ายไปอีกครั้งหนึ่ง มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ตอนนี้ลองเปิดประตูดู”
ตูม! เมื่อไร้ซึ่งทะเลเพลิงและไร้ซึ่งวิญญาณเพลิงที่ชั่วร้าย อู๋ตี้และเสี่ยวหงก็ผลักประตูบานนี้เปิดออกได้อย่างง่ายดาย
ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความอันตราย ไม่รู้ว่าพวกไป๋เหยียนเอ๋อร์นั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
ถ้าหากว่ายังมีชีวิตอยู่ นางจะต้องเข้าไปแทงซ้ำอีกสักสองสามครา
มู่เฉียนซีเดินทางผ่านเมืองเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และตลอดทางนั้นก็ได้พบกับศพที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมอยู่หลายศพ
ดูจากสิ่งของที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ก็สามารถที่จะวิเคราะห์ออกมาได้ว่านี่เป็นคนของตำหนักตงจี๋
ระหว่างทางนั้นไม่พบร่องรอยของไป๋เหยียนเอ๋อร์ ขอแค่เพียงนางมิได้ตายไป อย่างไรก็จะได้เจอกันเข้าแน่
มู่เฉียนซีได้หาห้องโถงใหญ่อีกแห่งหนึ่งจนพบและมันเหมือนกับห้องเมื่อก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
ประตูห้องโถงใหญ่นั้นได้ถูกเปิดออกเอาไว้นานแล้ว ที่ด้านในนั้นมีคนอยู่
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กับข่งชัวพร้อมด้วยยอดฝีมือของตำหนักตงจี๋อีกหลายคน ในตอนนี้พวกเขาได้ถูกเพลิงนั้นที่ลอยสูงอยู่กลางอากาศทำให้งงงวยสับสน
มู่เฉียนซีลอบเข้าไปในนั้นอย่างไร้สุ้มเสียงและไม่ถูกพวกเขาพบตัว
ราวกับว่าเปลวเพลิงที่ลอย