อยู่กลางอากาศนั้นกำลังตรวจสอบพวกไป๋เหยียนเอ๋อร์อยู่ ไม่นานนักเสียงอันแหบแห้งเสียงหนึ่งก็ได้ลอยออกมา
“เยี่ยมมาก เจ้าเป็นผู้ที่ข้าเลือก รอมานานเช่นนี้ในที่สุดก็ได้พบเจ้าแล้ว”
เปลวเพลิงนั้นลอยอยู่เบื้องหน้าของไป๋เหยียนเอ๋อร์
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้เลือกไป๋เหยียนเอ๋อร์!
ข่งชัวรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ถ้าหากเพลิงศักดิ์สิทธิ์เลือกเขา เขาก็จะสามารถกลายเป็นผู้บำเพ็ญภูตที่มีสองพลังธาตุได้ เฟิงอวิ๋นซิวก็จะมิได้มีอะไรที่เก่งกาจนัก
ใบหน้าของไป๋เหยียนเอ๋อร์เผยสีหน้าของความยินดีออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ข้ารู้ว่าเพลิงศักดิ์สิทธิ์จะต้องเลือกข้าเป็นแน่”
ยังไม่ทันที่จะให้ไป๋เหยียนเอ๋อร์ได้มีความสุขมากพอ หมิงจีที่อยู่ในร่างของนางก็ได้สาดน้ำเย็นเข้าใส่
“เจ้าช่างโง่เขลานัก หนีเร็ว!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ไม่นานนักข้าก็จะกลายเป็นผู้บำเพ็ญภูตธาตุไฟแล้ว เหตุใดต้องไปด้วยเล่า?”
“เจ้าโง่ เจ้ารนหาที่…”
หมิงจีอยากที่จะหยุดยั้งนางเอาไว้แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว จึงทำได้เพียงแต่มองเปลวเพลิงนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างของไป๋เหยียนเอ๋อร์
“อ๊าก!” ไป๋เหยียนเอ๋อร์ร้องโหยหวนขึ้นมา เปลวเพลิงนั้นแทบที่จะเผาวิญญาณของนางเสียจนสะอาดสิ้น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! หามาตั้งนานเช่นนั้น ในที่สุดข้าก็หาวิญญาณที่สกปรกและขุ่นมัวเช่นนี้พบแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นร่างกายของอิสตรี แต่มันก็สามารถทำให้ข้าคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง” เสียงอันชั่วร้ายเสียงหนึ่งได้ระเบิดขึ้นม