จ้าเด็กนี่ได้เลย เจ้าเด็กนี่เหมือนกับปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เช่นนี้ไม่ปกติอย่างแน่นอน เขาจะอยู่ที่ตำหนักตงจี๋ไม่ได้เป็นอันขาด”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนเยี่ยอายุยังน้อย และคอยฝึกฝนอยู่กับผู้เป็นอาจารย์บนภูเขามาโดยตลอดจึงแน่นอนว่าพวกเจ้าจะสืบหาไม่พบ หรือว่าพวกเจ้าไม่เชื่อในสายตาของข้า?”
ไป๋อู๋ห่ายยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว “แน่นอนว่าข้านั้นเชื่อในสายตาของเจ้าอวิ๋นซิว แต่ว่ากฎนั้นจะแหกไม่ได้ ผู้ไร้ซึ่งที่มาที่ไปที่ชัดเจนจะอยู่ที่ตำหนักตงจี๋มิได้”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนเยี่ยเป็นสหายของข้า เขายังไม่อยากที่จะจากไปใครก็จะให้เขาจากไปไม่ได้”
เฟิงอวิ๋นซิวกับไป๋อู๋ห่ายนั้นไม่ลงรอยกันเป็นอย่างมากมาโดยตลอด ในตอนนี้เองเสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็กล่าวขึ้น “หรือไม่ก็เอาเช่นนี้!”
“อีกสามวันให้หลังการทดสอบเพื่อรับคนใหม่เข้าตำหนักตงจี๋จะเริ่มขึ้นแล้ว อายุไม่สามารถที่จะเกินไปกว่ายี่สิบปีได้ พลังความสามารถจะต้องไม่ต่ำกว่าจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สาม คาดว่าคุณชายผู้นี้คงผ่านคุณสมบัติกระมัง! ถ้าหากว่ามีคุณสมบัติละก็ ข้าจะลงชื่อให้เขาในครั้งนี้”
“ขอแค่เพียงผ่านการทดสอบเขาก็สามารถที่จะอยู่ในตำหนักตงจี๋ได้ นั่นนับว่าไม่เป็นการแหกกฏ!”
เฟิงอวิ๋นซิวมองไปยังมู่เฉียนซี ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าคนเหล่านี้จะต้องเล่นตุกติกในการทดสอบอย่างแน่นอน
มู่หรูเหยียนกล่าวถาม “นายน้อยอวิ๋นซิว คำแนะนำนี้ของข้าเป็นเช่นไรบ้าง?”
มู่