ียวอวิ๋น สวมชุดคลุมยาวสีแดงดุจดั่งเปลวไฟ ไว้หนวดเคราดำ ดูมีเสน่ห์และเป็นผู้ใหญ่มาก
ทันทีที่ท่านพ่อของเซียวโม่เห็นเย่เฉินและมู่เฉียนซีเขาก็กล่าวว่า “เจ้าเด็กเหลือขอลูกของข้าได้สร้างความวุ่นวายให้พวกเจ้าไม่น้อย อีกอย่าง…”
“นี่เป็นสิ่งของแทนคำขอบคุณ เป็นสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าอย่าได้รังเกียจเลย!”
สมุนไพรวิญญาณระดับปฐพี จะมีผู้ใดรังเกียจได้เล่า
หัวหน้าตำหนักเซียวอวิ๋นช่างใจกว้างยิ่งนัก
ท่านพ่อเซียวกล่าว “เจ้าเด็กเหลือขอ รีบกล่าวลาสหายของเจ้าแล้วกลับไปกับข้าได้แล้ว”
เซียวโม่ดึงชายเสื้อของท่านพ่อตนเองพลางกล่าวว่า “ท่านพ่อ กว่าข้าจะได้สองคนนี้มาเป็นสหายมันไม่ง่ายเลยนะขอรับ ท่านพ่อให้ข้าอยู่ต่ออีกสักหน่อยเถอะขอรับ!”
ท่านพ่อเซียวกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้ายังมีหน้าอยู่ข้างนอกอีกหรือ เจ้าฝึกหลอมอาวุธมาเป็นเวลาสามปีแล้วแต่ฝีมือยังไม่ก้าวหน้าสักที เจ้ายังมีหน้าเที่ยวเล่นอีกอย่างนั้นเหรอ!”
เย่เฉินกล่าว “ต่อไปข้าจะต้องพัฒนาทุ่งรกร้างแห่งนี้ ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการอีกมากมาย เจ้าอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายได้ เจ้ากลับไปกับท่านพ่อเจ้าเถอะ มีเวลาว่างก็ค่อยมาเที่ยว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าก็วางแผนว่าจะไปฝึกฝนประสบการณ์ข้างนอกเพียงลำพัง ฉะนั้น ข้าว่าเจ้ากลับบ้านไปเถอะ!”
นึกไม่ถึงว่าสหายทั้งสองคนของเขาจะไล่เขาเช่นนี้ เซียวโม่อยากร้องไห้ ช่างไร้ความเมตตาปรานีเกินไปแล้ว
เขามองมู่เฉียนซีพลางกล่าว “ฝึกประสบก