็หยิบมันขึ้นมาชิม
หากรอให้คำสาปที่ถูกยับยั้งในเมื่อคืนกำเริบออกมาอีกครั้ง เกรงว่าคงไม่ได้เจอหน้าอีกนาน
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าทำก้อนใหม่ให้เจ้าได้นะ”
“เค้กก้อนแรกในวันเกิดที่ซีอายุครบสิบเจ็ดปี ข้าไม่อยากสิ้นเปลือง”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า!”
“อยู่นิ่ง ๆ!” นิ้วมือเรียวยาวอันเย็นยะเยือกนั้นสัมผัสลงบนแก้มของนาง
ดวงตาคู่นั้นของมู่เฉียนซีจ้องมองหน้าเขา แพรขนตาดุจดั่งปีกผีเสื้อนั้นขยับขึ้นลงเล็กน้อย
สุดท้ายจิ่วเยี่ยก็ก้มตัวจูบลงบนริมฝีปากอันแดงระเรื่อของนาง และค่อย ๆ เคลื่อนย้ายไปที่แก้มราวกับว่า…
ราวกับว่าจะช่วยเช็ดรอยเนยครีมที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าของนางก็มิปาน จากนั้นก็เลื่อนกลับมาจูบบนริมฝีปากของนางอีกครั้ง และพัวพันกับริมฝีปากนางอย่างไม่เลิกรา
เมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกออกจากกัน แต่จิ่วเยี่ยนั้นยังไม่หายอยาก
“ซี ช่วยข้าหน่อย…”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย บนใบหน้าของเขาก็มีรอยเนยครีมเปรอะเปื้อนอยู่เช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “ใช้ผ้าเช็ดให้สะอาดก็ได้แล้ว เจ้าจะให้ข้าช่วยเช่นไร”
จิ่วเยี่ยโน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะกล่าวว่า “ก็ช่วยเหมือนที่ข้าช่วยซีอย่างไรเล่า หากซีไม่ช่วย ข้าก็จะจูบซีจนถึงที่สุด ก็ดีเหมือนกัน…”
ไม่ดีเลยสักนิด!
แต่นางรู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์ เพราะจิ่วเยี่ยนั้นได้กระทำลงไปแล้ว มู่เฉียนซียื่นมือโอบหลังเขา และจูบลงไปบนใบหน้าของเขาอย่างใกล้ชิด
ทันทีที่จิ่วเยี่ยข