่าย แต่การจะชิงตัวคนคนหนึ่งมานั้น มันไม่ยาก!”
คำพูดของมู่เฉียนซีและเซียวโม่ทำให้เย่เฉินได้สติขึ้น
ใช่! ในตอนนี้เขาไม่ใช่สวะไร้ประโยชน์ผู้ที่ไม่สามารถฝึกบำเพ็ญผู้นั้นอีกแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะฆ่าล้างทำลายเมืองแห่งความโกลาหลได้ แต่การจะช่วยเซี่ยฉีออกมามันก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เย่เฉินกล่าว “นายท่าน ข้าจะออกเดินทางไปเมืองแห่งความโกลาหลเดี๋ยวนี้”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามาอยู่ในทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่แห่งนี้ระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่เคยไปเมืองแห่งความโกลาหลเลย เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ!”
กู้ไป๋อีกล่าว “ข้าจะอยู่ข้างกายคุณหนูใหญ่”
ในใจของเย่เฉินรู้สึกตื่นเต้นมาก พวกเขาไม่ใช่ไปท่องเที่ยวชมทิวทัศน์แน่นอน แต่เพื่อไปช่วยเขา
เรื่องการปลอบใจตัวเอง เย่เฉินก็ไม่ได้น้อยหน้าผู้ใดเช่นกัน เขาพยักหน้าพลางกล่าว “ดี!”
พวกเขาออกเดินทางกลางดึกสงัด และในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงเมืองแห่งความโกลาหล เมืองแห่งความโกลาหลนี้เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดในทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่แห่งนี้
การก่อสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่สามารถเรียกว่าเมืองได้แล้ว เพราะมันเหมือนเป็นแคว้นแคว้นหนึ่งมากกว่า
จากขนาดของเมืองเมืองเดียว พวกเขาก็ได้รู้ว่าเมืองแห่งความโกลาหลนี้แตกต่างไปจากเมืองที่เป็นกองกำลังระดับสองที่พวกเขายึดครองมาได้เหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากตอนนี้เป็นยามดึกสงัด เมืองทั้งเมืองจึงได้ปิดลงแล้ว
มังกรคลั่งอย่างเย