่เฉินในตอนนี้แทบอยากจะพุ่งเข้าไปทุบประตูเมืองให้พังทลายลงก็มิปาน
โชคดีที่เซียวโม่มือไวตาไวจับเขาเอาไว้ได้ เขากล่าว “สหายเย่ พวกเรามาช่วยคนนะ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเช่นนี้สิ อีกไม่นานฟ้าก็จะสว่างแล้ว รออีกหน่อยเถอะ!”
สำหรับเย่เฉินแล้ว การรอคอยเพียงแค่ลมหายใจเดียวก็ทรมานมากแล้ว
“รอเหรอ ข้ารอไม่ไหวแล้ว…”
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี นางกล่าว “เย่เฉิน หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าก็จะทนที่จะฆ่าเจ้าไม่ไหวแล้วนะ”
จิตสังหาร แววตาของมู่เฉียนซีฉายแววจิตสังหารออกมาอย่างแท้จริง
“ข้าวิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียอย่างชัดเจนแล้ว เจ้ายังสงบจิตสงบใจไม่ได้อีกเหรอ”
เย่เฉินกล่าว “ตอนนี้เซี่ยฉียังไม่มีอันตราย แต่นางต้องตกใจและหวาดกลัวมากเป็นแน่ นางต้องเสียใจมากเป็นแน่ ขะ…ข้าไม่อาจรอได้แม้แต่วินาทีเดียว…”
“นายท่านขอรับ หากเรารักใครสักคนเข้ามาก ๆ แล้วรู้ว่านางมีอันตรายเช่นนี้อีก ขะ…ข้า…ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ ขอรับ”
“หากนายท่านผิดหวังในตัวข้า นายท่านก็ฆ่าข้าซะเถอะ แต่ข้าขอร้องนายท่าน โปรดช่วยเซี่ยฉีด้วย”
เย่เฉินเป็นเช่นนี้มู่เฉียนซีรู้สึกจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง หากว่าเป็นนาง…
นางจะเป็นเช่นไร ในครั้งที่ท่านอาเล็กถูกจับตัวไป ถึงแม้ว่านางจะระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา แต่ก็ไม่ถึงขนาดสมองขาดความคิดเหมือนกับเย่เฉินเช่นนี้ ส่วนจิ่วเยี่ย…
จิ่วเยี่ยวิปริตเช่นนั้น นอกจากคำสาปแล้วก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาตกอยู่ในอันต