เดินเข้าไปก็ได้เห็นมู่เฉียนซีกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างด้วยท่าทางเกียจคร้านและมองมาที่เขา
แสงจันทร์สีเงินสาดแสงลงมากระทบบนใบหน้าของนาง ช่างเป็นรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ งดงามอย่างไร้ที่เปรียบ
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้ามีเรื่องอันใด?”
กู้ไป๋อีกล่าว “ที่พวกมันหนีไปน่าจะเป็นเพราะว่าพวกมันรู้จักตัวตนของข้า หนึ่งคือหวาดกลัวข้า ไม่กล้าวางตัวเป็นศัตรูกับข้า ส่วนอีกข้อหนึ่งก็คือ พวกมันเอาชีวิตรอดเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากใครบางคน และใครบางคนที่ว่าก็อาจจะเป็นศัตรูคู่แค้นของข้า”
“และเราก็ไม่ได้ถอนรากถอนโคนมัน!”
คนของสำนักขวางโซ่วเหล่านั้นวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิตเช่นนั้น พวกเขาไม่สามารถถอนรากถอนโคนได้
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าว “แล้วอย่างไร!”
“เพื่อไม่เป็นการสร้างปัญหาให้คุณหนูใหญ่ เกรงว่าข้าคงต้องจากไปก่อน”
“จากไป! ก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันไว้แล้ว หากพลังของเจ้าฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างสมบูรณ์ ข้าไม่อาจรั้งเจ้าได้ เจ้าสามารถจากไปได้ แต่ว่าตอนนี้ เจ้าจะจากไปอย่างนั้นเหรอ?”
กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีถูกชักออกมาจากฝัก ชี้ปลายกระบี่ไปที่กู้ไป๋อี นางยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ตอนนี้เจ้าไม่มีความสามารถที่จะหนีไปจากเงื้อมมือของข้าได้”
กู้ไป๋อีเดินตรงไปที่ปลายกระบี่มังกรเพลิง และกล่าวว่า “แล้วถ้าหากข้าเอาชนะคุณหนูใหญ่ได้ล่ะ เช่นนั้นก็สามารถหนีไปได้แล้วใช่หรือไม่?”
“เ