เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านี้ ความกดอากาศต่ำของจิ่วเยี่ยก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น เย่เฉินที่อยู่บนร่างของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาเองก็ยังรู้สึกขนลุกขนพอง
“มีข้าก็ไม่จําเป็นต้องใช้เศษสวะนั่น!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
ศาลานิรันดร์ของจักรพรรดิแห่งกาลเวลา เมื่อถูกราชาจิ่วเยี่ยเอ่ยถึงก็ได้กลายเป็นเศษสวะเสียแล้ว
โชคดีที่อาถิงหลับสนิทไม่อย่างนั้นคงต้องต่อสู้กับจิ่วเยี่ยเป็นหมื่นรอบอย่างไม่ตายไม่เลิกราแน่
“ภารกิจหลักตอนนี้คือฟื้นฟูตัวเองให้หายดี” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเด็ดขาด
“อืม! ข้ารู้! ”
เมื่อเห็นทั้งสองกอดกัน กู้ไป๋อีก็แทบอยากจะกระโดดลงมาจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภา
เห็นนางกับหวงจิ่วเยี่ยสนิทสนมกัน กลับต้องทรมานถึงเพียงนี้
โลกของพวกเขาทั้งสองมีเพียงกันและกัน ความไว้วางใจและความผูกพันของนาง ความโปรดปรานและการเอาใจใส่ของเขา ล้วนทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก
สีหน้าของกู้ไป๋อีเปลี่ยนเป็นเย็นชายิ่งขึ้น
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าหลังจากที่พวกเขาเดินทางกลับ ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นทางตะวันตกของทุ่งรกร้าง
สํานักขวางโซ่วใช้วิธีสายฟ้าฟาดเพื่อยึดทางใต้ของทุ่งรกร้าง
จากนั้นก็ได้นำยอดฝีมือจำนวนมากบุกตะลุยเข้าไปในตะวันตกของทุ่งรกร้างและขึ้นเป็นผู้นำเมืองต่าง ๆ เมื่อก่อนหน้านี้คือเมืองซีเจว๋ บัดนี้เป็นเมืองเซี่ยเย่
ในตอนนี้บนกําแพงสูงตระหง่าน มีเงาร่างหลายร่างยืนอยู่ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์และยอดฝีมือทั้งหลายกําลังเตรียมพร้อมอยู่
พวกเข