ยห่าง เย่เฉินกล่าว “นายท่าน ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?!”
มู่เฉียนซีส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่เป็นอะไรมาก!”
นางมองดูร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกควันสีดำที่กำลังต่อสู้กับจื่อโยวกลางอากาศ นึกไม่ถึงเลยว่าในร่างของมู่หรูเหยียนจะมีวิญญาณเช่นนี้แอบซ่อนอยู่
ดูท่า คิดจะฆ่ามู่หรูเหยียน ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว
ต่อให้เป็นจื่อโยวก็คงจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันเท่านั้น
คิดจะฆ่าเจ้านั่น เพียงแค่จื่อโยวคนเดียวคงจะไม่พอ ร่างในชุดขาวเคลื่อนไหวทันใด กู้ไป๋อีพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าก็มิปาน
“เสี่ยวไป๋!”
เป้าหมายของเขาก็คือวิญญาณแยกร่างของไป๋อู๋ห่าย
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยมีพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้ามาก่อน และอาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของไป๋อู๋ห่าย ทว่า ตอนนี้พลังวิญญาณกลับห่างชั้นกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่!
โชคดีที่วิญญาณแยกร่างนั้นถูกซิงเฉินดึงดูดความสนใจอยู่ ไม่ได้สังเกตเห็นถึงกระบี่อันเย็นยะเยือกที่ลอบโจมตีมาเลย
ในขณะที่วิญญาณแยกร่างของไป๋อู๋ห่ายค้นพบว่ามีบางอย่างลอบโจมตีมาก็ได้สายไปแล้ว รูม่านตาของเขาหดลง
กระบี่นี่…นี่มันกระบี่ของ…
เขาถลึงตาจ้องมองไปที่ร่างในชุดขาวที่อยู่ด้านหลัง “กู้ไป๋อี กู้ไป๋อีนี่เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เจ้า…”
“นี่เจ้ายังกล้าลอบโจมตีข้า!” เขากล่าวเสียงแหลม
กู้ไป๋อีในเมื่อก่อนเกลียดชังการลอบโจมตีเป็นอย่างยิ่ง เขาจะเอาชนะคู่ต่อสู้โดยการต่อสู้อย่างเปิดเผยเท่านั้น ทว่า ตอนนี้…
ในตอนนี้ เพื่อ