งเจ้าหมอนี่แรง ๆ อยู่หนึ่งที
“อ๊าก!” เสียงร้องโหยหวนเสียงหนึ่งดังขึ้น
“จื่อโยว ข้าเคยบอกกับเจ้าไปกี่หนแล้ว เจ้าสามารถแต่งตัวอย่างงดงามเพื่อดึงดูดหนุ่มสาวรูปงามได้ เจ้าสามารถที่จะไม่สนในกฎเกณฑ์ใด ๆ ได้ เจ้าสามารถ…”
“แต่ทว่าเจ้ากล้าที่จะมาหยอกล้อกับนายหญิง เจ้านี่ช่างบังอาจยิ่งนัก เจ้ารนหาที่ตาย ข้าจะ…”
“……”
มู่เฉียนซีมองไปยังรอยปูดอันใหญ่โตบนศีรษะของจื่อโยวด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็มองไปยังเด็กหนุ่มที่ถือค้อนสีทองผู้นั้น
เด็กหนุ่มผู้นี้มีใบหน้ากลม ๆ เหมือนดั่งใบหน้าของตุ๊กตา ริมฝีปากสีชมพูดนั้นเปิดปากตำหนิติเตียนจื่อโยวอย่างไม่หยุดหย่อน
ดวงตากลมโตคู่นั้นหมุนไปมาด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธ มันมิเพียงทำให้ไม่รู้สึกน่ากลัวเท่านั้น ซ้ำกลับทำให้รู้สึกน่ารักเป็นอย่างมากเสียด้วยซ้ำไป
จื่อโยวกล่าวอย่างคร่ำครวญ “ซิงเฉิน เลิกพูดได้แล้ว! ข้ารู้ผิดแล้ว เจ้าบ่นมาเจ้าไม่รำคาญแต่สาวน้อยคนงามนั้นฟังเสียจนจะรำคาญเข้าแล้ว เจ้าพอแล้วก็ได้กระมัง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของจื่อโยว ซิงเฉินก็ได้เปลี่ยนท่าทีไปและระงับอารมณ์หุบปากไปในทันใด
เขามองไปยังมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “นายหญิง เมื่อครู่นี้ซิงเฉินเสียมารยาทแล้ว ขอให้ท่านจงลืมข้าไปก่อน”
ปรากฏว่าเมื่อแสงสีทองได้กระพริบสาดขึ้น ซิงเฉินก็ได้หายตัวไปภายในเวลาเพียงชั่วพริบตา แล้วเด็กน้อยผู้นั้นก็ได้ปราฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซี
เขากล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ผู้น้