ิทธิ์ที่จะเข้าร่วมประลอง แต่ทว่าเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองนั้นจะเลื่อนระดับขึ้นไปรอในรอบที่สองในทันที เพื่อที่จะมิต้องไปรังแกเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่ง
ส่วนเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่งจำเป็นที่จะต้องเข้าไปอยู่หนึ่งในสิบอันดับแรกให้ได้จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมในรอบที่สอง
เจ้าเมืองซีเจว๋กล่าว “สำนักขวางโซ่วนั้นรุกคืบเข้ามาอย่างแข็งกร้าว จึงจำเป็นจะต้องรีบยืนยันตำแหน่งผู้บัญชาการให้แน่ชัด ดังนั้นแล้วการประลองจึงต้องจัดขึ้นโดยไว ในตอนนี้จะให้เริ่มทำการจับสลาก ทุกท่านไม่มีข้อโต้แย้งใดกระมัง?”
“สำนักขวางโซ่วแผลงฤทธิ์มากขึ้นไปทุกที พวกเราจะต้องรีบรวบรวมพลังทั้งหมด รีบเลือกตัวผู้บัญชาการ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”
“เช่นนั้นก็จงจับสลากเถิด!”
“เมืองแต่ละเมืองสามารถส่งคนของตนลงมาได้มากที่สุดคือเจ็ดคน หนึ่งกลุ่มการแข่งขันจะมีทั้งหมดสิบเมือง”
หลังจากที่การจับสลากได้สิ้นสุดลง เมืองเหลยและเมืองเหยียนได้ถูกแยกออกจากกัน
เย่เฉินถามขึ้น “นายท่านจะวางตำแหน่งเช่นไร?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ของเมืองเหลยนั้นข้าไปเอง!”
“ส่วนเมืองเหยียนนั้นให้เสี่ยวไป๋ไป!”
กฎว่ามากที่สุดคือเจ็ดคนแต่มิได้บอกเอาไว้ว่าอย่างน้อยที่สุดต้องกี่คน
เย่เฉินพยักหน้า “ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”
เจ้าเมืองเหยียนยังคงอดที่จะกังวลไม่ได้ เขากล่าว “เช่นนี้จะได้จริง ๆ หรือ?”
เย่เฉินกล่าว “นายท่านจะไม่ตัดสินใจเรื่องอะไรลงไปโดยที่ไม่มีแผนการอย่างแน่นอน”