และในตอนนี้เอง อารมณ์ของเจ้าเมืองชางก็ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเขาจับสลากได้อยู่กลุ่มเดียวกับเมืองหู่เสี้ยว
เมื่อมองไปยังแววตาที่ดุร้ายของเจ้าเมืองหู่ หัวใจของเขาก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
สนามประลองได้ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ตัดสินในครั้งนี้คือรองเจ้าเมืองตงกัว
“ในตอนนี้ผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดจงขึ้นไปบนเวทีประลองเถิด!”
มู่เฉียนซีเดินไปยังเวทีประลองหมายเลขหนึ่ง ส่วนกู้ไป๋อีขึ้นไปยังเวทีประลองหมายเลขสาม
เมืองอื่น ๆ นั้นล้วนขึ้นมากันทั้งหมดเจ็ดคน มีแต่เพียงเมืองของมู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีเท่านั้นที่ขึ้นมาเพียงคนเดียว
เมื่อเห็นพวกเขาที่โดดเดี่ยว คนอื่น ๆ นั้นก็ได้หัวเราะออกมา
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นคนของเมืองเหลยนั่นกระมัง! เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อ่อนแอเมืองหนึ่งอย่างที่นึกไว้จริง ๆ แม้แต่คนผู้เก่งกาจสักผู้หนึ่งก็ยังไม่มี กลับส่งตัวเด็กสาวผู้หนึ่งมา”
“ข้าว่านะเจ้าหนู เจ้ายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่เลยกระมัง! พลังความสามารถก็เกรงว่าคงยังไม่ถึงขั้นจักรพรรดิ ระวังข้าจะใช้ขนเพียงเส้นเดียวทำให้เจ้าตายเอา”
“……”
รองเจ้าเมืองตงกัวเองก็ตกตะลึงเช่นกัน เขามองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “เจ้าต้องการจะขึ้นเวทีเพียงตัวคนเดียวจริง ๆ หรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “การประลองในครั้งนี้มิได้มีกฎไว้ว่าห้ามขึ้นประลองเพียงตัวคนเดียวกระมัง?”
“จำนวนผู้เข้าประลองนั้นสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง แต่ว่าเจ้าเพียงคนเดียวนั้นยากนักที่จะ