ชนะการประลองนี้ได้ เจ้าไม่ต้องการที่จะส่งคนขึ้นมาอีกสักสองสามคนหรือ?”
สถานการณ์ทางด้านกู้ไป๋อีก็มิต่างกัน เขาต้องพบกับการกล่าวเสียดสีจากเหล่าผู้คนและพวกเขาทั้งสองก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย “ข้าเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว!”
“แค่เพียงผู้เดียวก็พอแล้ว นี่ก็จะโอหังเกินไปแล้วกระมัง!”
“ไม่รู้ว่าใครกันที่มอบความกล้าให้พวกเขามาทำตัวโอหังเช่นนี้ เมืองเหลย เมืองเหยียน พวกเราไม่เคยได้ยินชื่อเมืองสองเมืองนี้มาก่อนเลย”
“คอยดูเถอะ ข้าจะซัดพวกนั้นให้หมอบในหมัดเดียว”
หลังจากที่ได้ทำการโน้มน้าวไปแล้วรองเจ้าเมืองตงกัวเองก็จนปัญญา เขาจึงทำเพียงแต่ประกาศเริ่มการประลอง
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น ยอดฝีมือของแต่ละฝ่ายก็ได้เริ่มสู้กันขึ้นมา
สำหรับสาวน้อยอย่างมู่เฉียนซีแล้ว พวกเขาได้มองข้ามนางไปในทันที
สาวน้อยเช่นนี้ รอให้จัดการกับผู้อื่นเรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยระเบิดกำปั้นเข้าไปคราเดียว อย่างไรเสียในตอนนี้ก็ไปรับมือกับผู้อื่นก่อนเถอะ!
สถานการณ์ทางด้านกู้ไป๋อีเองก็เป็นเช่นเดียวกัน เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าตนเองนั้นจะมีวันที่ถูกผู้อื่นดูแคลนเช่นกัน
ตูม! บนเวทีประลองทั้งสิบแห่งเกิดการต่อสู้พัวพันอย่างที่ไม่อาจจะแยกตัวออกจากกันได้
ส่วนเจ้าเมืองและยอดฝีมือของเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองก็มองดูการต่อสู้ครั้งใหญ่ในครั้งนี้อย่างไม่ค่อยรื่นรมย์นัก
อ่อนแอ อ่อนแอนัก ไม่มีอะไรน่าดูแม้แต่น้อย
ถึงต่อให้มีเมืองที่ถีบต