งเขาแต่กลับไม่ยอมบอกแก่เขา เมื่อหลบอยู่ในเมืองชางหมางเขาไม่สามารถที่จะลงมือกับเจ้าเมืองชางหมางได้ แต่มาวันนี้เจ้าเมืองชางได้ออกมาด้านนอกแล้ว ไฉนเลยเขาจะเกรงใจ
ยังไม่ทันที่จะเข้าประตูเมืองก็ได้เกิดการชักกระบี่ขึงสายหน้าไม้ขึ้นมาราวกับว่าจะสู้กันเสียให้ตายกันไปข้าง ทหารรักษาการณ์เองก็จนปัญญายิ่งนัก
“เจ้าเมืองหู่ โปรดระงับโทสะ ขอให้ท่านจงเห็นแก่หน้าเจ้าเมืองของเราด้วย อย่าได้ลงมือกันที่หน้าประตูเมืองเลย”
แม้ว่าเจ้าเมืองหู่จะหยิ่งยโสและอารมณ์ร้อน แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรที่เกินงามมากเกินไป
เขากล่าวตอบ “ได้ ข้าจะไม่ลงมือกับไอ้เฒ่านี่เป็นการชั่วคราว แต่เมื่อครู่นี้ผู้ใดที่ออกกระบี่ลอบโจมตีข้า ก็จงตัดแขนทั้งสองข้างของตนเสียเถอะ!”
สายตาอันชั่วร้ายของเขาจับจ้องไปที่ตัวของกู้ไป๋อี
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้าอันเย็นชา “เจ้าเมืองหู่ พวกเราแค่ทำเรื่องที่ยุติธรรมเท่านั้น เจ้าเองก็มิได้เสียแขนขาไปสักหน่อย แล้วจะมาให้คนของข้าตัดแขนตนเองทั้งสองข้าง นี่มันจะมากเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!”
เจ้าเมืองหู่มองไปทางมู่เฉียนซี เด็กสาวผู้นี้งดงามยิ่งนัก
แต่ทว่าสำหรับเขาแล้ว ในทุ่งรกร้างแห่งนี้หญิงสาวที่งดงามก็เป็นได้แค่เพียงของเล่นของผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น ไร้ซึ่งคุณสมบัติที่จะสามารถกล่าววาจากับเขาได้
“สาวน้อย ที่นี่ยังไม่มีที่ที่ให้เจ้าพูด ให้คนที่มีสิทธิ์ที่จะพูดกล่าวได้ออกมา”
มู่เฉียนซีกล่าว “คำสั่งเมื่อครู่น