ถ้าหากว่าที่เมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองยังหาคู่ต่อสู้ไม่พบพวกเราก็กลับไปเมืองเหลย สำนักขวางโซ่วซ่อนตัวลึกล้ำนัก ในตอนนี้แม้แต่ร่องรอยหรือเบาะแสเพียงเล็กน้อยก็ยังหาไม่พบ”
จากนั้นมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีก็ได้มาถึงยังเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองที่อยู่ค่อนข้างห่างไกลแห่งหนึ่ง มันคือเมืองเทียนอวิ่น (สวรรค์ทลาย)
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในเมืองก็พบว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ครึกครื้นเป็นอย่างมาก
“พวกเจ้ารู้หรือไม่? วันนี้คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจ้าเมืองจะเปิดการประลองเพื่อหาคู่! ได้ยินมาว่าอัจฉริยะจากเมืองขั้นสำนักนิกายระดับหนึ่งและสองรอบ ๆ ด้านล้วนแต่รีบรุดมา”
“คุณหนูใหญ่ของพวกเรานั้นงดงามเป็นอย่างมากอีกทั้งยังเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมือง ขอแค่เพียงได้นางไปแต่งงานด้วยก็สามารถที่จะได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองแห่งเมืองเทียนอวิ่นของพวกเราต่อได้ เจ้าคิดว่าพวกคนที่มีความสามารถเหล่านั้นจะไม่มาร่วมเหรอ?”
“……”
มู่เฉียนซีมองไปทางกู่ไป๋อีแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ ได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจ้าเมืองนั้นมีรูปลักษณ์งดงามยิ่งนัก อีกทั้งนางกำลังจัดงานประลองเพื่อหาคู่ เจ้าว่าเจ้าควรจะไปดูเสียหน่อยหรือไม่?”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยสีหน้าอันไร้อารมณ์ “คุณหนูใหญ่ ข้าไม่ต้องการ!”
มู่เฉียนซีกล่าวต่อ “แต่ข้าประหลาดใจยิ่งนัก! หญิงสาวผู้ที่มีรูปลักษณ์งดงามกลับมาจัดงานประลองเพื่อหาคู่ในทุ่งรกร้าง พวกเขาไม่กลัวว่าจะถูกลักชิงตัวไปแต่ง