ใช่เป่ยกงจั๋วอย่างที่ท่านกล่าว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงแม้ว่าท่านจะจำข้าถูก แต่ก็ใช่ว่าท่านจะจำถูกคนทุกครั้งไป! เขาชื่อกู้ไป๋อี แต่ไม่ใช่เป่ยกงจั๋ว อะไรนั่น”
พ่อครัวยิ้มพลางกล่าวว่า “มีชีวิตมาก็เนิ่นนานหลายปีแล้ว ได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตามาไม่น้อย ข้าคงจะจำผิดไป เมื่อมองดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เจ้าหนูนี่ก็หน้าตาไม่เหมือนกับเป่ยกงจั๋วเลยสักนิด”
เดิมทีกู้ไป๋อีอยู่ในความตึงเครียดกับจิ่วเยี่ย แต่เพราะถูกชายชราผู้นี้รบกวน กู้ไป๋อีจึงเดินไปตรงหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ จะเตรียมการต่อไปเช่นไรดี?”
เขาได้เพิกเฉยต่อจิ่วเยี่ยไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น ตอนนี้สีหน้าของจิ่วเยี่ยจึงดำคล้ำเป็นอย่างยิ่ง
พ่อครัวส่ายหน้าไปมาอย่างช้า ๆ และคิดในใจว่า ‘ข้าแก่แล้วจริง ๆ ด้วย เจ้าหนูผู้นี้ไม่มีทางที่จะเป็นเป่ยกงจั๋วได้ คนอย่างเป่ยกงจั๋วจะยอมจำนนเรียกสาวน้อยเพียงคนเดียวว่าคุณหนูใหญ่ได้เช่นไร เป็นไปไม่ได้’
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านผู้นี้เป็นพ่อครัวของหอดำ ร่างกายของเขาบอบช้ำภายในไม่น้อย อีกทั้งพลังวิญญาณยังแห้งเหือดอีกด้วย เพื่อไม่ให้เขาตายเร็วเกินไป ข้าจะอยู่ที่นี่หนึ่งเดือน ช่วยรักษาร่างกายให้กับเขา”
สำหรับพ่อครัวท่านนี้ นางไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนกับครั้งที่ได้เจอกับอารอง ทว่า กลับรู้สึกสนิทอย่างแปลกประหลาด
จะปล่อยให้เขาเป็นอันใดไปไม่ได้ บางที เมื่อพลังความแข็งแกร่งของนางถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าแ