นายท่าน ถ้าหากว่าพวกท่านจากไป ข้า…ข้าเกรงว่าคงจะ…คงจะไม่สามารถควบคุมคนพวกนั้นเอาไว้ได้”
ทั้งเมืองเฮยตูนั้นก็เหลือตำแหน่งราชทินนามแค่เพียงนางคนเดียวเท่านั้นแล้ว
จิ่วเยี่ยโบกสะบัดมือ โครงกระดูกสีแดงนับสิบร่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของราชทินนามเฮย
“อย่ามารบกวนซี!”
น้ำเสียงอันเย็นชาของจิ่วเยี่ยทำให้ราชทินนามเฮยตกใจกลัว
มู่เฉียนซีกล่าว “มนุษย์โครงกระดูกเหล่านี้แข็งแกร่งพอที่จะให้เจ้าสามารถคุมสถานการณ์ได้อยู่ เจ้าเฝ้าเมืองเฮยตูเอาไว้ ป้องกันมิให้ข่าวเล็ดลอดออกไปข้างนอก เข้าใจหรือไม่?”
ราชทินนามเฮยพยักหน้ากล่าว “รับทราบ!”
หลังจากจัดการเสร็จสิ้น มู่เฉียนซีก็ได้จากไป
กู้ไป๋อีอัญเชิญอีกาดำตัวน้อยออกมา แต่ทว่าจิ่วเยี่ยนั้นอดไม่ได้ที่จะให้มู่เฉียนซีต้องหลั่งโลหิต เขาได้กอดตัวมู่เฉียนซีเอาไว้แล้วพุ่งขึ้นไปกลางอากาศออกไปจากเมืองเฮยตูและเหลือเอาไว้เพียงกู้ไป๋อีตัวคนเดียว
อีกาดำน้อยเองก็ตะลึงงัน “ท่านราชทินนามหาน พวกเราจะไปกันหรือไม่?”
กู้ไป๋อีกล่าว “ไป! ต้องไปให้ไว!”
“ขอรับ ท่านราชทินนามหาน”
เมื่อออกมาจากเมืองเฮยตู จิ่วเยี่ยและมู่เฉียนซีก็ปรากฏตัวขึ้นที่กลางทะเลทรายดำ
มู่เฉียนซีมองเห็นมังกรปีกทมิฬหยิ่งผยองที่ไปส่งพวกเขาในตอนนั้น เมื่อมันได้เห็นบุรุษผู้ที่เป็นเหมือนดั่งเทพมาร มันก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่น่ากลัวนั้น และมันเกือบที่จะร่วงลงมากจากกลางอากาศ
มันค่อย ๆ บินลดระดับลงมา และคดตัวอยู่บนพ