ข้าไม่สามารถไปด้วยได้ เช่นนั้นก็จงจากไปคนเดียวเถิด!”
“ไม่ได้!”
มู่เฉียนซีสนทนากับอาถิง “อาถิง เจ้าเป็นถึงศาลานิรันดร์ เรื่องแค่นี้จะไม่มีหนทางเลยหรือไง?”
อาถิงกล่าว “มี แน่นอนว่ามีหนทาง! ฝืนทำลายกระจกแห่งกาลเวลานี้ทิ้งเสียก็ได้แล้ว แต่หากทำลายกระจกแห่งกาลเวลาด้วยพลังความสามารถของข้าในตอนนี้ละก็ ข้าเกรงว่าข้าคงจะได้เข้าสู่ภาวะหลับใหลเสีย”
“หึ! นางผู้หญิงบ้านี่เจอผู้ชายแล้วก็ทำตัวทรยศ เพียงเพื่อผู้ชายเพียงคนเดียวก็ยอมที่จะให้ข้าหลับใหลต่อไปอีกเสียแล้ว”
มู่เฉียนซีแสยะมุมปากเล็กน้อย “อาถิง ข้าไม่อยากให้เขาตาย”
“ไม่ให้เขาตาย มันต้องตาเจ้าเข้าแล้วใช่หรือไม่? ถึงแม้ว่าเจ้าหมอนี่จะดูแล้วสบายตากว่าจิ่วเยี่ยหน่อยก็เถอะ แต่สายตาของเจ้าก็จะแย่ไปหน่อยกระมัง”
“เป็นเพราะข้า เขาถึงได้เข้ามายังเมืองเฮยตูเป็นครั้งที่สอง และจึงได้ถูกคำสาปควบคุมเอาไว้ ข้าไม่สามารถที่จะทอดทิ้งเขาได้”
“สำหรับข้าแล้วไป๋อีนั้นเป็นทั้งอาจารย์และสหาย อีกทั้งเขายังเป็นคนของตำหนักเป่ยหาน หากภายหลังต้องช่วยเหลืออารองก็ไม่แน่ว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากเขาด้วย”
“เช่นนั้นแล้ว! ในหัวของเจ้าจะเลิกคิดเรื่องราวมั่วซั่วไร้สาระได้หรือไม่!”
มู่เฉียนซีรู้สึกหมดคำพูดกับความคิดของอาถิงจริง ๆ
“เจ้าคิดว่าเช่นนี้แล้วจะโน้มน้าวข้าได้เหรอ? ข้าจะไม่ถูกเจ้าโน้มน้าวหรอก”
“ถ้าหากว่าเจ้าไม่ทำ เช่นนั้นข้าก็จะไม่ไปแล้ว!”
“เจ้าทำข้าโกรธยิ่งนัก ข้าโกร