ดยรอบโดยไม่สนว่าฝั่งไหนเป็นฝั่งไหน
ตอนนี้มู่เฉียนซีเห็นชายชุดดำงดงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านาง
ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ภาพคำสาปเริ่มปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา
เขาคว้าไหล่ของมู่เฉียนซีด้วยมือทั้งสองข้างและกล่าวด้วยความพยายามทั้งหมดของเขาว่า “ซี ฆ่าข้าซะ”
“ฆ่าข้า ข้าควบคุมไม่ได้แล้ว ข้าไม่สามารถควบคุมได้…“
นางลังเล หากไม่ลงมือ ก็มิอาจลงมือได้แล้ว
เขาเหมือนสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง ความเจ็บปวดและร่างกายของเขาราวกับถูกฉีกเปิดออก…
ความเจ็บปวดที่สภาพแวดล้อมมอบให้นางนั้นราวกับว่ามันได้ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า แต่มู่เฉียนซีนั้นกลับตื่นตัวขึ้นมามากกว่าเดิม อาถิง สุ่ยจิงอิ๋ง…
นางหวาดกลัวคำสาปของจิ่วเยี่ยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ถ้ามันปรากฏสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นจริง ๆ เพื่อนของนางและพันธมิตรตามพันธสัญญาของนาง จะไม่มีทางหายไป
เสียงที่หยิ่งยโสเสียงหนึ่งดังขึ้น “นางผู้หญิงบ้าก็ไม่ได้โง่นี่!”
แสงสีเขียวอ่อนห่อหุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้
พลังแห่งเวลารอบตัวนางแยกเสียงคำรามของมังกรทั้งหมดออกไป
มู่เฉียนซีพบเงาสีขาวที่คุ้นเคย ไม่ว่าคนจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ยังมีจุดอ่อน
ไป๋อีเองก็มี เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลวงตาที่ไม่ได้โหดร้ายเหมือนดั่งของหลงฉือ แต่เป็นความสิ้นหวังที่เงียบสงัด
เงาร่างสีม่วงพุ่งออกไป มู่เฉียนซีคว้าตัวกู้ไป๋อีแล้วตะโกนขึ้น “เสี่ยวไป๋ รีบตื่นเร็วเข้า”
“กู้ไป๋อี! กู้ไป๋อี!”
ท่ามกลางความสับสน ทำใ