จ้านาย เขาเองก็ไม่สามารถที่จะแตะต้องสิ่งของของพวกเจ้าได้มิใช่หรือ?”
กู้ไป๋อีกล่าว “ทั้งตัวของข้ามีแค่เพียงกระบี่เล่มนี้เท่านั้น”
กระบี่ที่อยู่ในมือของเขานั้นเป็นกระบี่ที่นักตีอาวุธมือใหม่อย่างมู่เฉียนซีหลอมออกมา มันมิได้เป็นแม้แต่อาวุธวิญญาณขั้นปฐพี ตระกูลมังกรมิเห็นค่ามันหรอก
มู่เฉียนซีกล่าว “บนตัวข้าเองก็มิได้มีสิ่งของล้ำค่าอะไร หากต้องการที่จะนำไปก็นำไปเสียเถอะ!”
นางไม่วางใจในคนของหลงฉือเลยแม้แต่น้อย
สิ่งของทั้งหมดของนางล้วนแต่อยู่ในแหวนมังกรเทพวารี ส่วนสมุนไพรวิญญาณชนิดต่าง ๆ นั้นอยู่ในมิติของอาถิง
ต่อให้เผ่ามังกรเก่งกาจไปมากกว่านี้ก็ไม่อาจที่จะทำอะไรกับอาวุธวิญญาณนิรันดร์ได้
หลงฉือเองก็มิได้สงสัยอันใด เขาจึงกล่าวขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็เปิดประตูบานนี้เถอะ!”
หลงฉือ ราชทินนามซวง อีกทั้งกู้ไป๋อี พวกเขาได้เริ่มลงมือด้วยกัน
แครก! โซ่นั้นขาดออกจากกัน
จากนั้นก็มีเสียงดังลอยมา ครืน!
ประตูบานนี้ได้ถูกผลักเปิดออก
ทันทีที่หลงฉือและราชทินนามซวงก้าวเข้าไปในประตูนั้น ก็พลันปรากฏแสงสีทองมาห่อหุ้มตัวของพวกเขาเอาไว้ ไม่มีการโจมตีแม้แต่น้อยจากลำแสงนี้
หลงฉือกล่าว “นี่เป็นการตรวจค้นร่างกายของพวกเราว่ามีของล้ำค่าหรือไม่!”
กู้ไป๋อีกล่าวขึ้น “คุณหนูใหญ่ พวกเราเองก็เข้าไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีเองก็ได้ถูกแสงสีทองนี้ครอบตัวเอาไว้ ลำแสงนั้นตกกระทบไปที่บนกระบี่ของกู้ไป๋อีและดูเหมือนว่า