รู้สึกที่ทำไม่ลงอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้มิใช่เวลาที่จะมาลังเล มีดสั้นเล่มหนึ่งได้กรีดเข้าไปที่กลางฝ่ามือของนาง
ฟืด! มู่เฉียนซีที่ได้รับความเจ็บปวดมองไปที่กู้ไป๋อีอย่างตกตะลึง และในตอนนี้กู้ไป๋อีก็ได้บีบข้อมือของนางเอาไว้
เขาจับมือของมู่เฉียนซียกขึ้นไปแกว่งอยู่กลางอากาศ และได้ใช้โลหิตของนางวาดรูปหนึ่งรูปขึ้นที่บนพื้น โลหิตสีแดงสดนั้นได้ระเบิดลำแสงสีดำออกมา
อีกาสีดำสนิทตัวหนึ่งได้บินออกมา มันกางปีกทั้งสองข้างออกแล้วมองไปยังมู่เฉียนซีก่อนจะกล่าว “ท่านมหาจักรพรรดิโยว ข้าคืออีกาดำน้อย ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าต้องการที่จะไปจากเมืองเฮยตู และนำกู้ไป๋อีไปด้วย”
อีกาดำน้อยกล่าวด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย “ทำเช่นนั้นมิได้! ท่านมหาจักรพรรดิโยวเป็นผู้อัญเชิญข้าออกมา ข้าสามารถส่งท่านไปได้เพียงผู้เดียว ส่วนท่านราชทินนามหานคงทำได้เพียงแต่ให้เขาหาหนทางที่จะออกไปเอง”
กู้ไป๋อีกล่าว “ไม่ต้องเป็นห่วงข้า เจ้าไปก่อนก็พอแล้ว”
มู่เฉียนซีนึกถึงฝ่าบาทที่อันตรายของเมืองเฮยตูผู้นั้นขึ้นมา นางรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก
ทว่าเมื่อนางเงยหน้ามองดวงตาอันเย็นชาของกู้ไป๋อี นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “อีกาดำน้อย ส่งข้าออกไป”
อีกาดำน้อยยิ้มแล้วกล่าว “รับคำสั่ง! เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าน้อยจะมาที่นี่แล้วส่งท่านมหาจักรพรรดิโยว ออกจากเมืองเฮยตู”
สีหน้าของกู้ไป๋อีเย็นชาลง “พรุ่งนี้? ทำไมต้องพรุ่งนี้?”
อีกาน้อยกล่