่อยู่ต่ำใกล้พื้นได้ถูกพลังสายหนึ่งทำลายเสียจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!” ชั้นน้ำแข็งที่แกร่งกล้าได้กันเศษที่แตกกระจายของกระจกจากเบื้องหน้า
เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีดำก็ได้เข้ามาจากทางหน้าต่าง นางยิ้มแล้วกล่าวขึ้น “มหาจักรพรรดิโยว ข้าได้พบกับเจ้าอีกแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ามาในวันนี้มีเป้าหมายอะไร? คิดที่จะฆ่าข้าหรือ?”
กระบี่มังกรเพลิงได้เข้ามาอยู่ในมือของมู่เฉียนซีแล้ว ถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะเป็นถึงตำแหน่งราชทินนาม แต่หากคิดที่จะฆ่านางแล้วละก็ มันก็มิได้ง่ายดายเช่นนั้น
ราชทินนามเฮยส่ายหน้าแล้วกล่าว “ไม่ไม่ไม่! ไหนเลยข้าจะกล้าฆ่าเจ้าเล่า! ในตอนนี้ฝ่าบาทนั้นเห็นเจ้าเป็นดั่งสิ่งล้ำค่า หากข้าเตะต้องเจ้าแค่เพียงปลายขน เกรงว่าฝ่าบาทคงจะได้สับข้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น”
สีหน้าของมู่เฉียนซีหม่นหมองลง ดูเหมือนว่าสิ่งที่กู้ไป๋อีเป็นกังวลนั้นจะมิผิดไป เห็นได้ชัดเลยว่าฝ่าบาทแห่งเมืองเฮยตูนั้นมีแผนการบางอย่างกับนาง
มู่เฉียนซีถามขึ้น “ในเมื่อพวกเจ้ามิได้มาลงมือกับข้า แล้วพวกเจ้ามาทำอะไร?”
ราชทินนามเฮยกล่าว “ข้าได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้มาหยุดยั้งมิให้เจ้าหนีไป และเชิญเจ้าไปท้าสู้กับหอคอยทมิฬ”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา “หยุดยั้งข้า? เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้ามีวิธีการอะไรที่จะหยุดยั้งไม่ให้ข้าไป”
“ข้าไม่จำเป็นต้องลงมือ เจ้าเองก็คงจะไม่อยากจากไปอยู่แล้ว แค่เพียงข้าบอกความลับอย่างหนึ่งแก่เ