นราชทินนามหานไม่พอใจ เช่นนั้นมิใช่ว่ามีแต่ความตายหนทางเดียวหรือ
โฆษกในชั้นที่แปดทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาจึงได้เอ่ยปากกล่าวขึ้น “ท่านมหาจักรพรรดิหลานตี้ ในตอนที่ต่อสู้อยู่บนเวทีประลองผู้คนต่างพากันเรียกคุณหนูมู่ว่าท่านโยวหลัว”
มหาจักรพรรดิหลานตี้กล่าว “ได้ชื่อแล้ว! เช่นนั้นก็จงเรียกว่าจักรพรรดิโยว”
เมื่อมหาจักรพรรดิหลานตี้กล่าวออกไป มงกุฎสีดำสนิทนั้นก็ได้มาปรากฏขึ้นบนศรีษะของมู่เฉียนซี จากนั้นก็ได้ปรากฏตัวอักษรที่เขียนว่าโยวขึ้นมา
ในเวลาเดียวกันที่บนหอคอยแห่งความตายก็ได้ปรากฏภาพแบบเดียวกันขึ้น
“จักรพรรดิโยว!”
“หอคอยแห่งความตายได้มีตำแหน่งจักรพรรดิปรากฏขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่ง จักรพรรดิโยว!”
“ท่านโยวหลัวได้กลายเป็นจักรพรรดิโยวแล้ว”
ดังนั้นแล้วโฆษกจึงได้กล่าว “ขอแสดงความยินดีกับจักรพรรดิโยวด้วย ยินดีด้วย! เจ้าได้กลายเป็นตำแหน่งจักรพรรดิผู้แรกของหอคอยแห่งความตายของพวกเราในรอบสิบกว่าปีมานี้”
มู่เฉียนซีกล่าว “เมื่อสิ้นเรื่องแล้วพวกเราก็กลับกันเถอะเสี่ยวไป๋!”
กู้ไป๋อีพยักหน้ารับ “ขอรับ!”
เมื่อเห็นเงาหลังของคนทั้งสองจากไป มหาจักรพรรดิหลานตี้แทบไม่อยากจะเชื่อ
เสี่ยวไป๋!
กลับมีผู้กล้าเรียกขานท่านราชทินนามหานเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์ก็ยังมิกล้า!
เมื่อพวกเขาทั้งสองออกจากประตูมาก็ได้พบเข้ากับผู้คนที่มาแสดงความยินดีด้วยจำนวนหนึ่ง พวกคนที่ประจบประแจง
ภายใต้กลิ่นอายอันหนาวเหน็บของกู้ไป๋อี